วันนี้ (1 ก.พ. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 9 โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เปิดปฏิบัติการจู่โจมพร้อมกัน 11 จุด ใน 5 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อกวาดล้างขบวนการอิทธิพลมืดที่อยู่เบื้องหลังคดีสังหารคุณพยอม สังข์ทอง หรือกำนันยอง ผู้สมัครนายก อบต.ท่าชะมวง สรุปผลปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย
1. นายโกวิทย์ อายุ 62 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่ จ.27/2569 ลง วันที่ 30 มกราคม 2569 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และโดยไม่มีเหตุสมควร”
สามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.ควรสัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
2. นายธันพิสิษฐ์ อายุ 48 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลพัทลุง ที่ จ.28/2569 ลง วันที่ 30 มกราคม 2569 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และโดยไม่มีเหตุสมควร”
สามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.สบเปิง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
3. นายศักดิ์ชัย อายุ 50 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลพัทลุง ที่ จ.29/2569 ลงวันที่ 30 มกราคม 2569 ในความผิดฐาน“ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และโดยไม่มีเหตุสมควร”
สามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา
4. นายวิทวัสฯ อายุ 41 เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลพัทลุง ที่ จ.30/2569 ลงวันที่ 30 มกราคม 2569 ในความผิดฐาน“ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และโดยไม่มีเหตุสมควร”
สามารถจับกุมตัวได้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านใหญ่ อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก
พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อวันที่ (19 ธ.ค. 68) เวลาประมาณกลางคืน กลุ่มคนร้ายที่มีการวางแผนและเตรียมการมาอย่างเป็นระบบได้ใช้รถยนต์เป็นพาหนะร่วมกันใช้อาวุธปืนลูกซองซุ่มยิง นายพยอม สังข์ทอง หรือ กำนันยอง ซึ่งเป็นผู้สมัครนายก อบต.ท่าชะมวง จ.สงขลา จนเสียชีวิตในพื้นที่ จ.พัทลุง
จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่ามูลเหตุจูงใจมีความเชื่อมโยงกับความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่นอย่างรุนแรง เนื่องจากผู้ตายเป็นตัวเต็งในการเลือกตั้ง
ภายหลังก่อเหตุ กลุ่มทีมสังหารซึ่งประกอบด้วยมือปืนและชุดคุ้มกันได้แยกย้ายกันหลบหนีออกจากพื้นที่ภาคใต้อย่างรวดเร็วเพื่ออำพรางร่องรอย
โดยกระจายตัวกันไปกบดานในพื้นที่ห่างไกลทั้งใน จ.เชียงใหม่และ จ.นครนายก เพื่อเลี่ยงการจับกุม ต่อมา บก.ป. โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.6 บก.ป. ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 9 ได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผลการปฏิบัติงานและจับกุมตัวผู้ต้องหา
ต่อมาวันที่ (31 ม.ค. 69) เวลาประมาณเช้ามืด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม บก.ป.ได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกัน 11 จุด ใน 5 จังหวัด ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมบุคคลเป้าหมายได้รวม 4 ราย ดังนี้
จับกุมตามหมายจับ 4 ราย นายโกวิทย์ , นายธันพิสิษฐ์ , นายศักดิ์ชัย และ นายวิทวัส ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน รายละเอียดพยานวัตถุและอาวุธของกลาง จากการเข้าตรวจค้นที่กบดานของกลุ่มผู้ต้องหา สามารถตรวจยึดอาวุธและทรัพย์สินที่ส่อเจตนาการก่ออาชญากรรมรุนแรงได้จำนวนมาก ประกอบด้วย
1. กลุ่มอาวุธปืนรวม 13 กระบอก แบ่งเป็นปืนสั้น 9 กระบอก, ปืนยาว 3 กระบอก และปืนลูกซอง 1 กระบอก
2. กลุ่มเครื่องกระสุนปืน ตรวจพบเครื่องกระสุนรวมกว่า 1,200 นัด โดยมีรายการสำคัญคือกระสุนอาวุธปืนสงคราม (5.56) จำนวน 360 นัด และกระสุนลูกซอง 125 นัด
3. กลุ่มยุทโธปกรณ์อำพราง ท่อเก็บเสียงขนาด .22 จำนวน 1 ชิ้น, ระเบิดควัน 3 ลูก และปลอกกระสุน M79 จำนวน 2 ปลอก
4. กลุ่มทรัพย์สินอื่น ๆ เงินสดรวม 909,640 บาท, รถยนต์ 2 คัน (ตรวจยึดจากนครนายกและสงขลา) และโทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง
ในชั้นจับกุม เบื้องต้นผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 รายยังคงให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม มีผู้ต้องหา 1 ราย ให้การภาคเสธ โดยยอมรับข้อเท็จจริงว่าได้รับตัวผู้ต้องหาจากพื้นที่ชะหวกไปส่งที่บ้านนักการเมืองท้องถิ่นจริง
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมโดยนำชุดหนุมาน ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งมอบให้พนักงานสอบสวน ภ.9 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย