เช้านี้ที่หมอชิต - คนร้ายก่อเหตุชิงทอง หนัก 198 บาท เงินสดอีก 170,000 บาท แม้จะยังจับตัวไม่ได้ แต่หลักฐานต่าง ๆ ที่ตำรวจบอก คนร้ายเตรียมตัวมาดี แยบยลตั้งแต่ก่อนลงมือ จนถึงตอนหลบหนี แต่ก็ยังแอบทิ้งพิรุธให้สงสัยว่าจะใช่คนเดียวกับเมื่อปี 2562 หรือเปล่า
แผนลับลวงพราง คนร้ายชิงทอง หนัก 198 บาท
หลังจากที่คนร้ายชิงทอง รวมน้ำหนัก 198 บาท และเงินสด 170,000 บาท ที่ห้างฯ ย่านซอยอ่อนนุช 50 กรุงเทพมหานคร แล้วหลบหนีไป ตำรวจตามแกะรอยมาเรื่อย ๆ จนเจอเส้นทางจุดที่ทำลายพยานหลักฐาน
ตอนช่วงประมาณ 23.47 น. คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มาถึงที่ย่านพัฒนาการ แล้วหยุดตรงกลางสะพาน ทิ้งอาวุธที่ใช้ก่อเหตุลงแม่น้ำ
ซึ่งเมื่อคืนก่อนที่นำเสนอไป ชุดประดาน้ำไปงมหาแล้ว แต่ไม่เจอ เพราะพื้นเป็นโคลน และมีน้ำไหลตลอด เลยต้องรอช่วงบ่ายเมื่อวาน พองมขึ้นมาแล้วถึงเจอว่าอาวุธที่ทิ้งไปนั้น เป็น "ปืนอัดลม" ซึ่งรูปทรงแืนมีลักษณะสอดคล้องกับที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดขณะคนร้ายวางปืนไว้บนเคาน์เตอร์ร้านทองในวันเกิดเหตุ
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพูดคุยกับรองประธานชุมชนเกาะกลาง ก็พาไปสำรวจดูเส้นทางหลบหนีของคนร้าย พบว่า หลังจากทิ้งอาวุธเสร็จแล้ว ก็ขี่รถมาตามถนนเลียบคลองประเวศบุรีรมย์ แล้วจอดดับเครื่องยนต์ เข็นประคองรถต่อไปตามเส้นทาง จากนั้นก็พารถมาถึงใกล้ ๆ คอสะพานข้ามคลอง จากนั้นผลักรถลงในคลองจน มีรอยครูดกับกำแพง เนื่องจากจุดนี้ น้ำลึกแค่ 1.5 เมตร คาดว่าคนร้าย กลัวน้ำไม่ลึกพอ เลยลากรถจักรยานยนต์ไปกลางคลองที่ลึกถึง 3 เมตร
ทำลายหลักฐาน คนร้ายก็ว่ายน้ำลอยคอไปหาทางปีนขึ้นบนบก เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยจุดนี้ตำรวจสงสัยว่า อาจมีการสวมวิกผมปลอมอำพรางตัวอีกรอบ
ส่วนรถจักรยานยนต์ที่งมขึ้นมาจากน้ำ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พบว่า สีรถเดิมจริง ๆ เป็นสีแดง เป็นรถที่ถูกขโมยมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมกราคม เอามาพ่นสีใหม่ทับ แล้วเอาป้ายทะเบียนของรถจักรยานยนต์อีกคันมาติด เพื่ออำพราง
ตั้งข้อสังเกต ลักษณะการก่อเหตุของคนร้าย รวมถึงที่มีการพูดว่า "ให้นำทองมาใส่ถุง ไม่เช่นนั้นจะทำ..." แล้วท่าทางการเดิน ก็ขากะเผลก ข้างซ้าย
ซึ่งจากการประเมินพฤติการณ์ และรูปร่างคนร้าย คล้ายกับคนร้ายสวมวิก แต่งกายคล้ายผู้หญิง เข้าไปก่อคดีชิงทองในห้างฯ ท้องที่ สน.ทองหล่อ เมื่อปี 2562 กวาดทองรูปพรรณไปได้หนักกว่า 200 บาท
คดีชิงทองในอดีตที่เกิดในท้องที่ สน.ทองหล่อ คนร้ายยังลอยนวลผ่านมา 7 ปี กระทั่งเกิดกรณีนี้อีกในท้องที่ สน.พระโขนง นับเป็นบทพิสูจน์ท้าทาย ตำรวจนครบาลว่าที่สุดแล้วจะตามจับคนร้ายได้หรือไม่
ช่วงนี้ ถ้าใครพบเห็นบุคคลน่าสงสัย เป็นชายวัยกลางคนเดินขากะเผลก ข้างซ้าย แต่งกายคล้ายชายในภาพ ช่วยแจ้งตำรวจตรวจสอบด้วย
ราคาทองคำกลับมาทะยานเหนือ 73,000 บาท
หลังจากเมื่อวานราคาทองคำปรับตัวร่วงลงต่อจากวันศุกร์ที่ผ่านมา เกือบ 10,000 บาท มาวันนี้ (3 ก.พ.) เปิดตลาดมาราคาพุ่งขึ้นรวดเดียว 850 บาท ตลาดทองยังร้อนแรง และผันผวนอย่างหนัก
วันนี้ (3 ก.พ.) ราคาทองคำเริ่มกลับมาฟื้นตัว หลังจากราคาผันผวนปรับขึ้น-ลงอย่างรุนแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ราคาพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 82,000 บาท และปรับร่วงสองวันติดเกือบ 10,000 บาท
โดยตลอดทั้งวันราคาผันผวนไปถึง 63 ครั้ง รวมปรับราคาขึ้น 2,450 บาท ส่งผลให้ทองคำแท่งและทองรูปพรรณ ขยับขึ้นมาอยู่เหนือแนว 73,000 บาท
ปิดตลาดไปที่ราคาทองคำแท่ง ขายออกบาทละ 73,600 บาท ส่วนทองรูปพรรณ ขายออก บาทละ 74,400 บาท
ด้านผู้เชี่ยวชาญทองคำคาดการณ์ทองคำจะฟื้นตัวในระยะสั้น จากนักลงทุนชาวจีนเข้าซื้อทองคำตุนไว้ก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน คาดจะช่วยพยุงราคาไว้ได้ในระดับหนึ่ง ท่ามกลางความกังวลประธานธนาคารกลางสหรัฐคนใหม่ อาจทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น กระทบราคาทองในระยะยาว