โฆษก ทบ. มองท่าที “กัมพูชา” เผย หากในวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้ เกิดเหตุ แต่ละหน่วยมีแนวทางรับมือ

โฆษก ทบ. มองท่าที “กัมพูชา” เผย หากในวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้ เกิดเหตุ แต่ละหน่วยมีแนวทางรับมือ

View icon 49
วันที่ 5 ก.พ. 2569 | 20.07 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“โฆษกกองทัพบก” มองท่าที “กัมพูชา” ในปัจจุบัน เกิดจากการสับเปลี่ยนกำลังพล ส่งผลให้เกิดความหย่อนวินัย ยืนยัน ยังพอรับฟังเหตุผลได้ จากท่าทีที่ไม่ก้าวร้าว เชื่อมั่น หากในวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้ เกิดเหตุ แต่ละหน่วยมีแนวทางรับมือ  ชี้ข้อมูลยังไม่เข้าเกณฑ์ ก่อกวนสร้างสถานการณ์วันเลือกตั้ง

วันนี้ (5 ก.พ.69) พลตรี วินธัย  สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง มองว่าปัจจัยสำคัญ คือ เรื่องการวางกำลัง จากสภาพพื้นที่ที่เป็นป่าเขา ส่วนเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏข่าวเป็นระยะ เช่น เสียงระเบิด เสียงจากอาวุธ อย่างเครื่องยิงลูกระเบิด เกิดจากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้บ้าง แต่ไม่ได้เป็นไปในลักษณะที่มีเป้าประสงค์จะคุกคามต่อปฏิบัติการทางทหาร โดยมองว่าเป็นเรื่องวินัยกำลังพลหย่อนยานมากกว่า ซึ่งเกิดจากที่ฝ่ายกัมพูชามีการสับเปลี่ยนกำลัง ทำให้กำลังพลที่มาใหม่อาจจะไม่มีความคุ้นเคย หรืออีกมุมหนึ่งที่เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นการยั่วยุ แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่น่ากังวล จนกระทั่งส่งผลกระทบต่อการทำงาน หรือการปฏิบัติการทางทหารของไทย

ส่วนกรณีที่มีข้อกังวลว่าหากในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งทหารกัมพูชาเสียวินัย และก่อสถานการณ์ขึ้นอีก โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ต้องพิจารณาเป็นพื้นที่ไป เนื่องจากหน่วยในแต่ละพื้นที่ ก็จะต้องมีช่องทางในการที่จะติดต่อสื่อสาร ถ้าหน่วยพิจารณา และมองว่าไม่ได้รับความร่วมมือ หรือไม่ตั้งใจที่จะรักษาข้อตกลงหยุดยิงให้อยู่ในกรอบกติกา คาดว่าในแต่ละหน่วยคงจะมีมาตรการดำเนินการตามสถานการณ์

นอกจากนี้ในระดับนานาชาติก็จับตามองท่าทีของไทย และกัมพูชาอยู่ด้วยเช่นกันตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานมา ถือว่า ไทยได้รับคำชื่นชม และจะต้องคงมาตรฐานเช่นนี้ไว้ แต่ยืนยันว่า ไม่ต้องกังวล หากสิ่งไหนที่พิจารณาว่า ควรจะตอบโต้ ก็ต้องตอบโต้ หากมองว่า การกระทำนั้น ๆ ไม่สามารถให้คำตอบกับฝ่ายไทยได้อย่างสมเหตุสมผล

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่ผ่านมา ที่ฝ่ายกัมพูชาสะดุดแฟลร์ หรือยิงลูกระเบิด 40 มม. ตกใกล้ฐานไทย แล้วใช้เหตุผลว่า เสียวินัย ถือเป็นข้ออ้างหรือไม่นั้น มองว่า ก็เป็นไปได้ แต่หากว่า ฝ่ายกัมพูชามีทัศนคติที่ไม่ดีเช่นนั้นจริง เมื่อเวลาผ่านไปความจริงก็ต้องปรากฏ แต่ในขณะนี้ ยังสามารถมองได้ว่า มีความสมเหตุสมผลอยู่ พร้อมระบุว่า ในท่าทีของการประสานงาน สามารถมองออกว่า เป็นไปด้วยความก้าวร้าว หรือเป็นไปด้วยความนอบน้อม ถ้าเป็นไปด้วยความก้าวร้าว ก็คงต้องปฏิบัติอีกแบบหนึ่ง แต่ว่าถ้าเป็นไปด้วยความสมเหตุสมผล มีลักษณะท่าทีในลักษณะท่าทีที่ไม่ได้แข็งกร้าวหรือก้าวร้าว

ส่วนใกล้วันเลือกตั้งฝ่ายความมั่นคงมีมาตรการอย่างไรบ้าง พลตรี วินธัย  บอกว่า จากข้อมูลทางด้านการข่าวที่มีการประเมินอยู่ตลอดเวลา จนถึง ณ วันนี้ ยังไม่น่าจะเข้าเกณฑ์ว่า ฝ่ายกัมพูชาจะมีการสร้างสถานการณ์ในวันเลือกตั้ง แต่อาจจะมีเรื่องของการยั่วยุอยู่บ้าง รวมไปถึงการควบคุมกำลังพลที่ยังไม่ 100% ซึ่งกัมพูชาอ้างว่า เป็นกำลังพลใหม่ แต่ด้วยท่าทีที่ประนีประนอม เหตุผลดังกล่าวเราก็ก็พอรับฟังได้ แต่ถ้าเปลี่ยนแปลงไปจากนี้เราก็ต้องมาว่ากันอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามเรามีแผนรองรับสถานการณ์ทั้งหมด และยังไม่ได้มีการลดหย่อนอะไรไป การวางกำลังยังเท่าเดิม ยุทธโธปกรณ์ยังเหมือนเดิม เพียงแต่มีการปรับวิธีการทำงาน ถ้าหากบรรยากาศยังอยู่ในการทำงานร่วมกัน ประเทศไทยก็สามารถปฏิบัติได้ทุกกติกา แต่ต้องตรงไปตรงมากับเรา

ขณะที่การประชุม RBC ที่ฝ่ายกัมพูชามีการแทรกข้อเสนอให้กลับไปสำรวจเขตแดน เหมือนก่อนหน้าที่จะมีการสู้รบครั้งที่สองนั้น กลไก RBC ยังคงอยู่ในกรอบที่เราตกลงกันในช่วงระยะหลัง อะไรที่มากกว่านี้น่าจะเป็นอีกวาระหนึ่ง ดังนั้นขณะนี้เราต้องดำเนินตาม 11 ข้อ

ส่วนกรณีสหรัฐอเมริกา ยกเลิกบัญชีดำขายอาวุธให้กับกัมพูชา โดยพลตรี วินธัย กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ต้องมีข้อมูลมากกว่านี้ หากมองผิวเผินแบบนั้น อาจจะยังไม่สามารถประเมินอะไรได้ ซึ่งต้องดูเหตุผลว่าเดิมทีนั้น ทำไมถึงมีเหตุผลจำกัด โดยตนมองว่า กลไกทางต่างประเทศก็จะมีการอ่อนตัวอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ชายแดนเราอย่างเดียว อาจจะมีมุมอื่นอีกด้วย แต่ถ้าเราดูจากอดีตที่ผ่านมา กัมพูชามักจะได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศอยู่แล้ว อาจจะเป็นเพราะกัมพูชาเป็นคนที่สื่อสารที่ทำให้ประเทศตัวเองนั้นดูน่าสงสาร ก็มีความเป็นไปได้ แต่ว่าระดับโลกจะเชื่ออย่างไรก็เป็นอีกเรื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง