กู้เงินผ่านแอปฯ เถื่อน กลายเป็นบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์

กู้เงินผ่านแอปฯ เถื่อน กลายเป็นบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์

View icon 43
วันที่ 6 ก.พ. 2569 | 15.07 น.
ข่าวภูมิภาค
แชร์
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบบัญชีม้ารับโอนเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เสียหายกว่า 2 ล้านบาท เจ้าตัวปฏิเสธไม่มีเอี่ยว แต่รับเคยกู้เงินผ่านแอปเถื่อน

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุม น.ส.สุนีย์ฯ อายุ 33 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดศรีสะเกษ ที่ จ.261/2568 ลง 30 เม.ย.68 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงและเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินเดือนอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญา” สถานที่จับกุม หน้าห้องพัก ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จว.ฉะเชิงเทรา

พฤติการณ์ ผู้เสียหายเป็นครูเกษียณ อายุ 69 ปี ได้รับโทรศัพท์จากบุคคลซึ่งแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์และความผิดฐานฟอกเงิน ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าตนเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอาญาดังกล่าว จึงได้โอนเงินให้แก่บุคคลดังกล่าวหลายครั้งเพื่อทำการตรวจสอบ รวมเป็นเงินประมาณ 300,000 บาท ต่อมาผู้เสียหายทราบภายหลังว่าเป็นการกระทำของมิจฉาชีพ จึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด พนักงานสอบสวนได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานและพบว่าบัญชีที่รับโอนเงินเป็นของ นางสาวสุนีย์ฯ ซึ่งเข้าข่ายเป็น “บัญชีม้า” ที่ใช้เพื่อการกระทำความผิดจึงได้ขศาลออกหมายจับ

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่า น.ส.สุนีย์ฯ ได้หลบหนีมาพักอาศัยที่ จ.ฉะเชิงเทรา จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์จนกระทั่ง พบหญิงต้องสงสัยเปิดห้องพักออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตน และ สอบถามชื่อ - สกุล หญิงคนดังกล่าวแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าตนชื่อ น.ส.สุนีย์ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้แสดงหมายจับพร้อมตำหนิรูปพรรณให้ น.ส.สุนีย์ฯ ดูและอ่านให้ฟังว่าต้องถูกจับ พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ โดย น.ส.สุนีย์ฯ ยอมรับว่าตนเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริงและไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อน หลังจากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนังสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้สอบถามถึงสาเหตุในการกระทำความผิดกับ น.ส.สุนีย์ฯ ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่า ตนติดตั้งแอปพลิเคชันเงินกู้ที่เป็นแอปฯเงินกู้ผิดกฎหมาย จากนั้นอัปโหลดเอกสารสำคัญส่วนตัว เพื่อใช้ในการยื่นกู้เงิน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หน้าบัญชีธนาคาร และมีการเก็บข้อมูลการสแกนใบหน้า หลังจากได้เงินกู้มาเป็นจำนวน 4,000 บาท และได้ชดใช้หนี้เสร็จแล้ว แอปพลิเคชันดังกล่าวก็หายไปแล้วพบอีกทีบัญชีของตนก็กลายเป็นบัญชีม้าดังกล่าว ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากบัญชีม้าของ น.ส.สุนีย์ฯ มูลค่า ความเสียหายรวมประมาณ 2,000,000 บาท และ น.ส.สุนีย์ฯ ยังมีหมายจับที่ไม่ได้ดำเนินคดีอีก 3 หมาย ทั้งยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่รอได้รับความเป็นธรรม สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางขอเตือนภัย ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนระวังภัยจากการกู้เงินผ่านช่องทางออนไลน์ หรือแอปพลิเคชันที่อ้างว่าสามารถปล่อยเงินกู้ได้ง่าย โดยไม่ตรวจสอบเอกสาร เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะถูกคิดดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด หรือมีการทวงถามเงินเกินจริง ควรหลีกเลี่ยงการส่งสำเนาบัตรประชาชน ข้อมูลบัญชีธนาคาร หรือข้อมูลส่วนตัวให้บุคคลหรือแอพพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะผู้ไม่ประสงค์ดีอาจจะนำข้อมูลส่วนตัวของท่านดังกล่าวไปทำธุรกรรม หรือกิจกรรมใด ที่ผิดกฎหมาย หากจำเป็นต้องทำธุรกรรม ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของผู้ให้กู้ให้ชัดเจน และเลือกใช้บริการของสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตจากทางการเท่านั้น มิเช่นอาจนั้นอาจจะกลายเป็นบัญชีม้าโดยไม่รู้ตัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง