วันนี้ (8 ก.พ. 69) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยวา ขณะนี้การเลือกตั้งได้ผ่านไปครึ่งวันแล้ว มีประชาชนออกมาใช้สิทธิกันอย่างคึกคัก อย่างไรก็ดี อาจมีบางสถานการณ์ที่ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวก ซึ่งหากประชาชนพบข้อผิดพลาดสามารถแจ้งมาที่ กกต.ได้
โดยขณะนี้พบว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีอาการเมาสุรา เมื่อมาใช้สิทธิแล้วมีการฉีกบัตรเลือกตั้งในบางจังหวัด สำนักงาน กกต. จึงได้มอบให้กรรมการประจำหน่วย (กปน.) ไปแจ้งความ ขณะบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ มีการปิดป้ายผู้สมัครไม่ถูกต้อง เมื่อรับทราบก็ได้แจ้งให้เร่งปรับปรุงแก้ไขให้เรียบร้อย พร้อมย้ำว่า หากพบหน่วยเลือกตั้งใดดำเนินการไม่ถูกต้อง หรือสงสัยในประเด็นใด สามารถทักท้วงต่อ กปน.ได้ทันที
สำหรับกรณี จ.น่าน ที่มีรายงานว่า กปน. ฉีกบัตรเลือกตั้งผิดพลาด 69 ใบนั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าอาจจะฉีกบัตรโดยไม่ได้ดูด้านหน้าของบัตร แต่ไปฉีกทางด้านหลัง ดังนั้นไม่เฉพาะประชาชนฉีกบัตรแล้วถูกดำเนินคดี แต่ กปน.หากทำให้บัตรเลือกตั้งเกิดความเสียหาย ก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย ซึ่งเบื้องต้นสำนักงาน กกต.ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว ส่วนการเลือกตั้งในหน่วยดังกล่าวจะเดินหน้าไปต่อได้หรือไม่นั้น ต้องขอไปตรวจสอบก่อน อย่างไรก็ตามยังสามารถจัดการเลือกตั้งต่อไปได้
ในส่วนของ จ.ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยที่ 3 มีการแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ไม่ให้ผู้มาใช้สิทธิเซ็นชื่อในใบรายชื่อของผู้มาใช้สิทธิ แต่ให้เซ็นรับบัตรเพียงอย่างเดียวนั้น ได้ตรวจสอบแล้ว ไม่มีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น หากเกิดขึ้นก็จะแจ้งให้กับ กปน.ดำเนินการให้ถูกต้อง
ส่วนกรณีหน่วยเลือกตั้งที่ 20 แขวงบางพรหม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ไม่ได้ติดรายชื่อผู้สมัคร สส.ไว้ที่หน้าหน่วย แต่ไปติดป้ายไวนิลที่หลังหน่วยนั้น ยืนยันว่าบริเวณหน้าหน่วย มีการติดบัญชีรายชื่อผู้สมัครครบถ้วน ส่วนการติดป้ายไวนิล เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ซึ่งได้มีการประสานให้ติดป้ายให้ถูกต้องแล้ว
ส่วนกรณีของ จ.ปัตตานี ที่มีการระบุว่า กปน. ได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ต้องใช้สิทธิออกเสียงประชามติก็ได้ หากแถวรอคิวยาวนั้น เรื่องนี้ต้องขอไปตรวจสอบก่อน แต่ในกรณีแบบนี้มองว่าไม่ควรจะเกิดขึ้น
"กรรมการประจำหน่วย เป็นผู้ที่มาอาสามาทำงาน โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการเลือกตั้งควบคู่กับการทำประชามติ อาจมีข้อบกพร่อง หรือผิดพลาดบ้าง ซึ่งต้องขออภัย โดยหากผู้มีสิทธิเลือกตั้งพบเห็น สามารถทักท้วงได้ รวมถึงให้มีการทำบันทึกประจำหน่วย และแจ้งมาที่ กกต.ได้ เราพร้อมที่จะประสานไปในพื้นที่เพื่อดำเนินการแก้ไข" รองเลขาธิการ กกต. กล่าว
สำหรับกรณีที่ประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว ได้ถ่ายภาพบัตรที่ตนเองลงคะแนน และนำมาโพสต์ในโซเชียลมีเดียว่าได้ลงคะแนนให้กับผู้ใด หรือพรรคการเมืองใดนั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เป็นความผิดตามกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งกฎหมายระบุว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใด ใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพที่ลงคะแนนแล้ว และนำไปแสดงต่อผู้ใด จะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งถ้าพบเห็นจะต้องดำเนินคดีต่อบุคคลเหล่านี้แน่นอน
ด้าน ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงการป้องปรามและการจับกุมการซื้อเสียง ว่า กกต.ได้สามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมที่ จ.นครศรีธรรมราช 1 คน พร้อมเงินสด 2,000 บาท และ จ.ราชบุรี จับกลุ่มผู้ต้องหาได้ 3 คน พร้อมเงินสด 83,000 บาท ส่วนที่ จ.สุราษฎร์ธานี จับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มเติมอีก 1 คน รวมเป็น 6 คน พร้อมโพยรายชื่อและเงินสด 100,000 บาท ซึ่งอยู่ในการสอบสวนขยายผล และยังมีอีกหลายจุดที่ กกต.จับตามอง คาดว่าจะได้มีการจับกุมเพิ่มเติม รวมถึงที่ จ.พิษณุโลก ซึ่งมีการติดตามอย่างใกล้ชิด คาดว่าเร็ว ๆ จะได้ข้อมูลเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำนักงาน กกต. ได้ออกเอกสารชี้แจง กรณีพบความผิดปกติในการติดเอกสารแสดงรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต (รายบุคคล) บริเวณหน่วยเลือกตั้งที่ 31 เขตตลิ่งชัน โดยระบุว่าไม่ได้ติดประกาศรายชื่อผู้สมัครบนกระดานแสดงข้อมูลตามขั้นตอนที่กำหนด แต่ใช้วิธีติดแผ่นไวนิลไว้ด้านหลังคูหาเลือกตั้ง อีกทั้งในแผ่นไวนิลดังกล่าว ยังปรากฏข้อมูล "เขตเลือกตั้งไม่ถูกต้อง" และ "หมายเลขผู้สมัครสลับกัน" นั้น
สำนักงาน กกต.ชี้แจงว่า เมื่อได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว ได้เร่งประสานคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และแก้ไขให้เป็นไปตามระเบียบ และวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง ขณะนี้ได้ดำเนินการแก้ไขการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งให้ถูกต้องครบถ้วน ตามขั้นตอนที่กำหนดเรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
"สำนักงาน กกต. ขอขอบคุณประชาชนที่ช่วยแจ้งเบาะแส และขอยืนยันว่า จะกำกับดูแลการปฏิบัติงานประจำหน่วยเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเลือกตั้ง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย"