นายกสมาคมวิศวกรฯ ตั้ง 3 ประเด็น โครงสร้างโดมพังถล่ม

นายกสมาคมวิศวกรฯ ตั้ง 3 ประเด็น โครงสร้างโดมพังถล่ม

View icon 140
วันที่ 9 ก.พ. 2569 | 14.23 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
นายกสมาคมวิศวกรฯ ตั้ง 3 ข้อสันนิษฐานเหตุโครงสร้างอาคารโดมขนาดใหญ่ที่เมืองใหม่บางพลี พังถล่ม

วันนี้ (9 ก.พ.69) จากเหตุการณ์โครงสร้างอาคารโดมขนาดใหญ่ที่เมืองใหม่บางพลี พังถล่มลงมาอย่างรุนแรง ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความเห็นว่า โครงสร้างที่ถล่ม เป็นโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ ประกอบด้วยเสาเหล็กกลมวางเรียงกันในแต่ละด้าน ข้างบนมีโครงถักเหล็ก (Truss) ขนาดใหญ่ตั้งบนเสา และมีคานเหล็กรูปตัว H (H beam) วาดพาดโครงถักเหล็กอีกที จากนั้นจึงเป็นแผ่นหลังคาที่ปูอยู่ด้านบน

ศ.ดร.อมร กล่าวว่า ที่สังเกตเห็นคือ เสาเหล็กหักล้มคว่ำที่โคนเสา และทำให้โครงถักเหล็กและคานเหล็ก H-beam ตกร่วงลงมาที่พื้นดินทั้งหมด สาเหตุที่เกิดการถล่มเช่นนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดแต่น้ำหนักรวมของโครงสร้างทั้งหมดที่ตกลงมาค่อนข้างมาก ในเบื้องต้นขอสันนิษฐานถึงสาเหตุการพังถล่มไว้เป็น 3 ประเด็นก่อนดังนี้

1. การพังถล่มเกิดขึ้นในขั้นตอนใด อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง หรือก่อสร้างเสร็จแล้ว เพราะหากอยู่ระหว่างก่อสร้างอาจเกิดขึ้นจากการยึดรั้งส่วนต่างๆ ที่ยังไม่สมบูรณ์
2. การพังถล่มอาจจะเริ่มจากเสาก่อน เพราะหากรอยต่อระหว่างเสาเหล็กและฐานรองรับไม่แข็งแรงพอ ก็จะเกิดการล้มคว่ำได้ แล้วทำให้โครงสร้างด้านบนถล่มตามมา ต้องไปตรวจสอบรอยต่อระหว่างเสาเหล็กกับฐานรากว่าได้มาตรฐานทางวิศวกรรมหรือไม่
3. ระบบโครงสร้างอาจขาดเสถียรภาพทั้งระบบในทิศทางตามยาว หรือตามขวางเนื่องจากการยึดรั้ง หรือค้ำยันระหว่างส่วนต่าง ๆ ของโครงสร้างไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแข็งแรงที่บริเวณจุดต่อ

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ตัดปัจจัยอื่น ที่ต้องพิจารณา เช่น ฐานราก ขนาด ความหนา และกำลังรับแรงของชิ้นส่วน ซึ่งการจะระบุสาเหตุที่แท้จริงได้นั้น จะต้องตรวจสอบจาก แบบก่อสร้าง และรายการคำนวณว่ากระทำถูกต้องตามหลักวิศวกรรมหรือไม่ ตลอดจนหลักฐานการทำงานในขั้นตอนต่าง ๆ ทั้งนี้โครงสร้างดังกล่าวเข้าข่ายเป็นวิศวกรรมควบคุม ซึ่งจะต้องมีวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตมาเป็นผู้ออกแบบและทำการควบคุมการก่อสร้าง โดยสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยจะลงพื้นที่เพื่อวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง