แม่ทัพภาคที่ 2 นำคณะ เสนาธิการทหารกองทัพฟิลิปปินส์ รับฟังข้อมูลและดูพื้นที่สแกมเมอร์โอร์เสม็ด-ช่องจอม เผย 7 โซน 28 อาคาร อาณาจักรสแกมเมอร์ อาชญากรรมไซเบอร์โลก ก่อนบินไปภูมะเขือ
วันที่ 10 ก.พ.69 เวลา 10.00 น. พลเอก Romeo S. Brawner Jr. เสนาธิการทหารกองทัพฟิลิปปินส์ และคณะ เดินทางมาเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบก มาลงจอดที่สนามจอดฮอล์ชั่วคราว ภายในศูนย์การพัฒนาพื้นที่ชายแดน จ.สุรินทร์ ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์
โดยมี พล.ท.วีระยุทธ์ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พล.ต.สมภพ ภาระเวช ผบ.กกล.สุรนารี และรอง ผบ.กกล.สุรนารี ให้การต้อนรับ ก่อนจะนำคณะเดินทางไปยังห้องประชุม หน่วยประสานงานชายแดนประจำพื้นที่ 2 ไทย-กัมพูชา บริเวณหน้าด่าน จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยมีพลโท ทรงวิทย์ วายุเหือด เจ้ากรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมคณะฝ่ายไทย ร่วมเดินทางมาในครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้เพื่อตรวจเยี่ยมและศึกษาดูงานในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกองทัพไทย–ฟิลิปปินส์ รวมถึงรับฟังข้อมูลแหล่งอาชญากรรมทางไซเบอร์ และขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ (Scammer) ซึ่งเป็นปัญหาร่วมที่ส่งผลกระทบต่อหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน
โดยคณะได้รับฟังการบรรยายสรุปภารกิจของกองทัพภาคที่ 2 โดยเฉพาะภาพรวมสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งยังคงมีความอ่อนไหวในบางพื้นที่ กองทัพได้ดำเนินการเฝ้าระวัง ควบคุมสถานการณ์ และบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านมนุษยธรรมและการสัญจรตามแนวชายแดน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านความมั่นคงระดับภูมิภาค โดยใช้เวลารับฟังบรรยายสรุปประมาณ 1 ชม. ก่อนที่คณะจะออกห้องประชุม และเดินไปดูแผนผังข้อมูลสแกมเมอร์ในพื้นที่โอร์เสม็ด-ช่องจอม ที่กองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารี ที่ได้จัดเตรียมเอกสารข้อมูลไว้
โดยแบ่งออกเป็น 7 พื้นที่ 28 อาคาร พร้อมภาพหลักฐานห้องทำงานของสแกมเมอร์ต่างๆ ทั้งห้องจำลองสถานีตำรวจ หลายประเทศ ธนาคารจำลอง คอมพิวเตอร์ รวมทั้งเอกสารที่ใช้หลอกลวงต่างๆ ที่มีหลายภาษาจากหลายประเทศทั่วโลก อีกเป็นจำนวนมาก
จากนั้น คณะได้เดินข้ามประตูด่านจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ไปยังฝั่งโอร์เสม็ด กัมพูชา จุดที่ทหารไทยสามารถควบคุมพื้นที่ได้ บริเวณบ่อนกาสิโนทั้ง 2 แห่ง เพื่อให้คณะเสนาธิการทหารกองทัพฟิลิปปินส์ ได้ดูบริบทสถานที่จริง และสังเกตุการณ์พื้นที่สแกมเมอร์ดังกล่าว
จากนั้นวลาประมาณ 11.30 น.คณะเสนาธิการทหารกองทัพฟิลิปปินส์ ได้เดินทางไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ที่สนามจอดฮอล์ ภายในศูนย์การพัฒนาพื้นที่ชายแดน จ.สุรินทร์ ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อเดินทางไปยัง สนาม ฮ. รร.ภูมิซรอลวิทยา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ในเวลา 13.00 น. เพื่อเดินทางไปยังภูมะเขือ และพื้นที่บ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ต่อไป
ทั้งนี้การเดินทางเยือนประเทศไทยของเสนาธิการทหารกองทัพฟิลิปปินส์ในครั้งนี้ถือเป็นการเน้นย้ำความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพไทยและกองทัพฟิลิปปินส์ที่แน่นแฟ้นยาวนาน อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความไว้วางใจระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง เพื่อนำมาซึ่งเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคอาเซียนสืบไป