วันนี้ (12 ก.พ. 69) นายเสถียร อายุ 55 ปี ตัวแทนผู้บริหารร้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่เทศบาลเมืองศรีราชา จ.ชลบุรี ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ต.ฉัตรพล เผ่นโผน สารวัตรสอบสวน สภ.ศรีราชา ว่า เมื่อวันที่ (11 ก.พ. 69) เวลาประมาณ 09.00 น. ได้เดินทางไปที่ร้านดังกล่าว ซึ่งเป็นร้านจำหน่าย ซ่อมแซมรถจยย. ยี่ห้อดังกลางเมืองศรีราชา ที่ปิดกิจการไปแล้วประมาณกว่า 4 ปี
โดยทางร้านได้ใช้สถานที่เป็นที่เก็บอะไหล่ของรถจยย. และยังคงเครื่องใช้สำนักงานบางส่วนยังเก็บไว้อยู่ภายในร้าน เพื่อไปตรวจสอบทรัพย์สินที่อยู่ภายในร้าน ปรากฎว่าเมื่อเปิดประตูเข้าไปในร้านพบว่าทรัพย์สินที่อยู่ภายในร้านตกกระจายเกลื่อนอยู่ที่พื้นห้อง กล่องสินค้าที่ไว้ใส่อะไหล่รถจยย. ถูกคนร้ายรื้อเอาอะไหล่ออกไปและทิ้งกล้องใส่อะไหล่ไว้ภายในร้าน
เมื่อขึ้นไปตรวจสอบบริเวณชั้นสองที่ใช้สำหรับเก็บอะไหล่รถจยย. พบว่าอะไหล่รถจยย. หายไปทั้งหมด จึงเข้าใจว่ามีคนร้ายแอบเข้ามารื้อค้นทรัพย์สินและลักทรัพย์สินจำพวก อะไหล่รถจยย. ใหม่ เครื่องมือช่าง แท่นเหล็กยกรถ เครื่องใช้สำนักงาน แอร์ ออกไป รวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท
หลังจากนั้นจึงได้ไปสอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า คนร้ายเข้ามาก่อเหตุหลายครั้งแล้ว โดยครั้งที่ 1 และ 2 คนร้ายได้ใช้รถจยย. และรถซาเล้งเข้ามาลักของไป โดยมีคนเห็น แต่ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหน จนในวันที่ (3 ก.พ. 69) ที่ผ่านมา ได้มีคนเห็นกลุ่มคนคนร้ายใช้รถกระบะและรถซาเล้งเข้ามาจอดหน้าร้านฝั่งถนนสุขุมวิท
ก่อนจะทำเนียนเปิดร้านเข้าไปขนทรัพย์สินใส่รถกระบะ รวมทั้งรถซาเล้ง แล้วหลบหนีไป ซึ่งคาดว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะทราบข้อมูลเป็นอย่างดีว่าร้านปิดกิจการไปแล้ว ทำให้ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีกล้องวงจรปิด จึงแอบมาตัดแม่กุญแจหน้าร้านในตอนกลางคืน แล้วเข้าไปลักทรัพย์สินโดยยกมารวมไว้ก่อน ก่อนที่ตอนเช้าจะเอารถกระบะและรถซาเล้งมาเอาของไป
โดยที่คนที่อยู่ละแวกดังกล่าวไม่คิดว่าเป็นคนร้าย แต่คิดว่าเป็นคนที่ทางร้านสั่งให้มาเอาทรัพย์สินออกไปเอง จึงไม่ได้ใส่ใจ เพราะคนร้ายก่อเหตุกลางวันแสก ๆ โดยไม่สนใจว่าคนทางร้านจะเข้ามาเห็นขณะคนร้ายก่อเหตุ
หลังจากนั้นจึงเดินทางไปแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากก่อเหตุในช่วงกลางวันแสก ๆ ไม่สนใจว่าเจ้าของทรัพย์สินจะมาพบเข้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมไล่กล้องวงจรปิดในช่วงวันเวลาดังกล่าวที่ได้รับข้อมูลมา เพื่อนำคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินการตามกระบวนกฎหมายต่อไป