วันนี้ (12 ก.พ. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา นายวีระชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดลำพูน ที่ จ.6/2569 ลงวันที่ 7 มกราคม 2569
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และฉ้อโกง”
โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณ ถ.เจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณเดือน พ.ค. 68 ผู้เสียหายพบเห็นบัญชีเพจเฟซบุ๊กชื่อ “เครื่องอัดเม็ดอาหารสัตว์ เครื่องข้าว เครื่องบด เครื่องสับ ราคาโรงงาน”
โดยเพจดังกล่าวมีการลงรูปภาพเครื่องจักรกลทางการเกษตรหลายชนิด มีการโฆษณาเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าประมูลซื้อสินค้า และอ้างว่าการประมูลสินค้าดังกล่าวจะปิดประมูลในเร็ว ๆ นี้ ผู้เสียหายสนใจ “เครื่องตีป่นอาหารสัตว์” จึงใส่ราคาประมูลไว้ในคอมเมนต์ของโพสต์ดังกล่าว
ต่อมา แอดมินเพจทักเข้ามาในกล่องข้อความแจ้งว่า ผู้เสียหายชนะการประมูลเครื่องตีป่นอาหารสัตว์ ในราคา 2,400 บาท และค่าจัดส่ง 300 บาท รวมเป็น 2,700 บาท หลังจากที่ผู้เสียหายโอนเงินเสร็จแล้ว คนร้ายแจ้งให้ผู้เสียหายชำระค่าประกันสินค้าอีก จำนวน 850 บาท ผู้เสียหายจึงได้ทักท้วงกับแอดมินเพจและไม่โอนเงินเพิ่มแต่อย่างใด ต่อมา ไม่สามารถติดต่อเพจดังกล่าวได้อีกทุกช่องทาง ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง
ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาปรากฏตัวอยู่บริเวณสถานที่ที่ทำการจับกุม เจ้าพนักงานตำรวจจึงทำการจับกุมตัว จากนั้น นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมอุตสาหกรรม จ.ลำพูน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับในข้อเท็จจริงว่า เมื่อประมาณเดือน พ.ค. 68 ได้มี นายปลื้ม (นามสมมติ) ซึ่งรู้จักสนิทสนมคุ้นเคยกัน มายืมใช้บัญชีธนาคาร โดยอ้างว่าจะนำไปใช้รับโอนเงินจากการขายของชั่วคราว เนื่องจากบัญชีถูกอายัด
ผู้ต้องหาเห็นว่ารู้จักกันเลยให้ยืมบัญชีไปใช้ ต่อมา ผู้ต้องหาทราบว่าถูกออกหมายจับ คดีฉ้อโกง จาก สน.ท่าเรือ ซึ่งทราบในภายหลังว่าบัญชีธนาคารถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิด และจากการตรวจสอบในระบบรับแจ้งความออนไลน์พบว่า บัญชีของผู้ต้องหาในคดีนี้ ถูกนำไปใช้ก่อเหตุลักษณะหลอกขายและประมูลสินค้าอีกหลายท้องที่