ทลายเครือข่ายค้าสัตว์ป่าออนไลน์ ! รวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดนกคุ้มครองได้กว่า 70 ชีวิต ค่าเสียหายรัฐนับหมื่น

ทลายเครือข่ายค้าสัตว์ป่าออนไลน์ ! รวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดนกคุ้มครองได้กว่า 70 ชีวิต ค่าเสียหายรัฐนับหมื่น

View icon 18
วันที่ 12 ก.พ. 2569 | 11.04 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
พญาเสือภาคใต้ สนธิกำลัง ตชด.427 ล่อซื้อหนุ่มวัย 41 ปี ค้าสัตว์ป่าออนไลน์ผ่านทางเฟสบุ๊ก ก่อนขยายผลตามรวบคนจัดหาให้ได้อีก 1 คน ยึดนกคุ้มครองได้กว่า 70 ชีวิต ค่าเสียหายรัฐนับหมื่น

วันนี้ (12 ก.พ. 69) นายสุรศักดิ์ อนุสรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) เผยว่า หน่วยเฉพาะกิจพญาเสือ ภาคใต้ ร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดน และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ สนธิกำลังวางแผนและขยายผลจับกุมขบวนการค้าสัตว์ป่าผ่านทางเฟซบุ๊กในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน พร้อมของกลางนกคุ้มครองหลากหลายชนิดรวมกว่า 72 ตัว เมื่อวันอังคาร (10 ก.พ. 69) ที่ผ่านมา

โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบการโพสต์ขายสัตว์ป่าคุ้มครองผ่านทางกลุ่มเฟซบุ๊ก "นกเขียวแดนสยาม" จึงได้วางแผนติดต่อเพื่อขอซื้อนกกินปลีแก้มสีทับทิม และนัดหมายส่งมอบในพื้นที่ อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช และตรวจสอบบ้านเช่าใน ต.นาบอน พบ นายสุชาติ อายุ 41 ปี พร้อมของกลางนกคุ้มครอง 15 ชนิด รวม 50 ตัว อาทิ นกแว่นตาขาวสีทอง, นกกินปลีคอแดง และนกเขียวคราม รวมถึงอุปกรณ์การล่าและกรงนกจำนวนมาก

ทาง นายสุชาติ ยอมรับว่า สัตว์ป่าทั้งหมดได้มาจากการใช้กรงต่อดักจับนกในธรรมชาติ และบางส่วนรับซื้อมาจากแหล่งอื่นเพื่อนำมาขายต่อทางออนไลน์

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตรวจพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังบัญชีของ นายดุสิต หรือฉายา "ถิ่น กรุงชิง" ในพื้นที่ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช จึงเดินทางเข้าตรวจสอบบ้านพักใน ต.กรุงชิง พบสัตว์ป่าคุ้มครองอีก 22 ตัว และซากสัตว์ป่า

ทาง นายดุสิต ยอมรับว่า ตนเป็นผู้จัดหาสัตว์ป่าคุ้มครองส่งขายให้กับ นายสุชาติ จริง
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ในความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 รวม 3 ฐานความผิด ได้แก่ มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันล่าและค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมมูลค่าความเสียหายต่อรัฐเบื้องต้นกว่า 25,650 บาท

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาบอน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนของกลางทั้งหมดได้ประสานส่งมอบให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงาดูแลรักษา