ผู้กำกับยืนยัน ไม่ใช่ตำรวจ ไม่มีตำรวจ สภ.เมืองปทุมฯ ก่อเหตุ คดีชายฉกรรจ์ 9 คน บุกค้นบ้านปล้นเงิน 8 แสน กัญชาน้ำหนักกว่า 100 กก. ล่าสุดสืบพบเบาะแสผู้ก่อเหตุ ขออนุมัติหมายจับแล้ว
ความคืบหน้ากรณีกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจบุกค้นบ้าน ปล้นเงิน-กัญชากว่า 100 กก. วันนี้ (13 ก.พ.69) พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี เปิดเผยว่า หลังรับเหตุแจ้งได้ตรวจสอบเหตุการณ์ และตรวจดูภาพที่ผู้เสียหายนำมาแจ้งความ ขอยืนยันว่าไม่มีตำรวจหรือผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด สภ.เมืองปทุมธานี ไปก่อเหตุดังกล่าวตามที่มีลงในโซเชียล หรือเพจต่าง ๆ หลังรับแจ้ง ตนยังได้ลงตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมตำรวจชุดสืบสวน และประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1) เข้าตรวจสอบหาร่องรอยลายนิ้วมือแฝงและพยานหลักฐาน เพื่อใช้ในการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ
ล่าสุด วันนี้ (13 ก.พ.) พนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานโดยรู้ตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว พร้อมกับจะได้มีการขออนุมัติหมายจับและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับคดีดังกล่าว (12 ก.พ.69) เวลาประมาณ 01.30 น. มีผู้เสียหายจำนวน 3 ราย เข้ามาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี โดยแจ้งว่า เมื่อวันที่ 11 ก.พ.69 เวลาประมาณ 13.30-16.00 น. ขณะที่ผู้เสียหายทั้ง 3 รายและบุคคลอื่นรวมประมาณ 10 คน กำลังพักอาศัยอยู่ภายในบ้าน ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี มีกลุ่มชายฉกรรจ์ 10 คน โดย 1 ในนั้นแต่งชุดตำรวจยศร้อยตำรวจเอก นำหมายค้นมาขอตรวจค้นที่บ้านตน ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายกัญชา
กลุ่มชายทั้งหมด เดินทางมาด้วยรถยนต์จำนวน 5 คัน จากนั้นชายที่แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำหมายค้นมายื่นให้ดูพร้อมอ้างว่ามีการลักลอบเก็บกัญชาไว้ภายในบ้านและขอเข้าทำการตรวจค้น ผู้เสียหายเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง จึงยินยอมให้เข้าภายในบ้าน ต่อมาเมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้เข้ามาภายในบ้านแล้ว ได้ทุบกล้องวงจรปิดภายในบ้าน พร้อมถอดอุปกรณ์บันทึกข้อมูลของกล้องวงจรปิดออกไป ก่อนรื้อค้นทรัพย์สินภายในห้องพักและพื้นที่ต่าง ๆ ของบ้าน และยังใช้อาวุธปืนวางบนโต๊ะเพื่อข่มขู่ผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว ไม่สามารถขัดขืนได้
จากนั้น กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้เปิดค้นลิ้นชักโต๊ะทำงานและหยิบเงินสดของผู้เสียหายไปเป็นจำนวนประมาณ 800,000 บาท อีกทั้งยังได้ขนเอาดอกกัญชา ของผู้เสียหายไปเป็นจำนวนประมาณ 100 กว่ากิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.5-3 ล้านบาท แล้วก็พากันหลบหนีไป
หลังเกิดเหตุ นายพุฒิ (สงวนชื่อ-นามสกุล) อายุ 22 ปี พร้อมหุ้นส่วนอีก 2 คน จึงได้พากันมาแจ้งความเพื่อให้ติดตามกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดในข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยมีอาวุธ และโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำผิด หรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม