“เท้ง ณัฐพงษ์” ยัน สมัครสมาชิกไม่เคยเก็บข้อมูลเลขหลังบัตรประชาชน แค่ตรวจสอบตามขั้นตอนกรมการปกครอง ไม่ขัด กล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน ส่วนประเด็น “ธิษะณา” ตัวแทนพรรคไปคุยแล้ว
วันนี้ (16 ก.พ.69) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจหลักฐานและสอบคำให้การจำเลยคดีดำ อ.1035/2568 ที่บริษัท กัลฟ์เจพี เอ็นเอส จำกัด เป็นโจทก์ฟ้อง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาพร้อมเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท จากกรณีที่นายณัฐพงษ์ แถลงข่าวเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาค่าไฟแพงในช่วงเดือน ต.ค.ปี 2567
โดยนายณัฐพงษ์ ซึ่งได้รับการประกันตัว ได้เดินทางมาศาล และภายหลังสอบคำให้การเสร็จสิ้น ศาลได้นัดสืบพยานในวันที่ 6-9 และวันที่ 14 ต.ค.69
ต่อมานายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ตนให้การในฐานะจำเลยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยืนยันในความบริสุทธิ์ใจของตน โดยศาลนัดสืบพยานในเดือน ต.ค.69
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีผู้ออกมาโพสว่า ผู้สมัครสมาชิกพรรคประชาชนจะมีการเก็บข้อมูลเลขหลังบัตรประชาชนนั้น นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า เราไม่ได้เรียกเก็บข้อมูลที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล เราขอเลเซอร์โคด ซึ่งเป็นไปตามที่กรมการปกครองเปิดช่องทางให้ยืนยันความถูกต้อง เพราะต้องการแน่ใจว่าการทำธุรกรรมและสมัครสมาชิกเป็นไปตามที่ กกต.กำหนดว่าเป็นประชาชนตัวจริง เลขหน้าบัตรประชาชนสามารถยืนยันกลับไปที่กรมการปกครองได้
เมื่อถามว่า จะไม่มีปัญหาภายหลังหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีปัญหาภายหลังอย่างแน่นอน เพราะตรวจสอบกับทางทีมงานหลังบ้านแล้วว่าไม่ได้มีการเก็บข้อมูลส่วนตัวใด ๆ ที่จะมีความเสี่ยงให้ข้อมูลรั่วไหล เลเซอร์โคดหลังบัตรใช้ยืนยันกับกรมการปกครอง สามารถสอบถามไปที่นั่นได้ผ่านช่องทาง API ที่เปิดให้หน่วยงานต่าง ๆ ตรวจสอบข้อมูล ทางพรรคไม่ได้มีการบันทึกข้อมูลในส่วนนี้ไว้ในฐานข้อมูลของพรรคแต่อย่างใด
เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. ของพรรคหรือไม่ หลังจากที่เจ้าตัวออกมาโจมตีพรรคในช่วงหลัง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีตัวแทนของพรรคไปพูดคุยแล้ว แต่ส่วนตัวยังไม่ได้พูดคุยกับ น.ส.ธิษะณา เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ตนได้สื่อออกไปผ่านทางหน้าสื่อ เป็นการบอกว่าทางพวกเราไม่ได้จะทำร้ายแต่อย่างใด แต่ขณะเดียวกัน น.ส.ธิษะณาก็สามารถยืนยันสิ่งที่สามารถพูดได้ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง แต่ตนคิดว่าอยากให้มองทั้งสองด้านว่าสิ่งที่แต่ละฝ่ายแสดงความเห็นเพื่อวัตถุประสงค์อะไร และหลายอย่างที่ น.ส.ธิษะณาออกมาพูดก็ไม่ใช่ข้อเท็จจริงอย่าง IO ส้ม ทางพรรคประชาชนไม่เคยมีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารแบบนั้น แต่ทางพรรคมีทีมโซเซียลในการติดตามความเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ได้มีทีมเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาชี้นำข้อมูลข่าวสารหรือบิดเบือนสังคมในการตอบคอมเมนท์ต่าง ๆ
เมื่อถามว่า ในการจัดตั้งรัฐบาลตอนนี้ดูเหมือนจะมีการบีบพรรคกล้าธรรมให้มาเป็นฝ่ายค้าน จะสามารถร่วมงานกันได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การร่วมงานในฐานะฝ่ายค้านไม่น่าจะติดขัดอะไร ที่ผ่านมาในอดีตพรรคฝ่ายค้านก็ไม่จำเป็นที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ เพราะมีกลไกสภาอย่างวิปฝ่ายค้านอยู่แล้ว การที่พรรคใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคกล้าธรรมหรือพรรคอื่น ๆ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องแสดงจุดยืนที่เหมือนหรือต่างพรรคประชาชนอย่างไร แต่ขอให้ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มแข็งเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
เมื่อถามว่า กกต.เรียกสอบ กปน.เกี่ยวกับการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งติดบาร์โคด มองเรื่องนี้อย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นการเรียกสอบโดยสุจริตว่า กปน.ทำตามระเบียบหรือไม่อย่างไร ก็สามารถทำได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ สังคมก็กำลังตั้งคำถามที่ กกต.จะฟ้อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กับประชาชนทั่วไป หรือเจ้าหน้าที่ กปน.ที่ทำหน้าที่โดยสุจริต ซึ่งตามระเบียบแล้วการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง หรือหลังคูหา อันนั้นผิดแน่นอน แต่การถ่ายภาพขั้นตอนก่อนลงคะแนนไม่ได้ผิดอะไร การพุ่งเป้าไปเรียกสอบเจ้าหน้าที่ กปน.ส่วนนั้น ก็ต้องดูว่าทำผิดระเบียบหรือไม่ หรือพยายามจะเรียกสอบเจ้าหน้าที่ที่ทำให้ กกต.มีความสุ่มเสี่ยง เพราะบาร์โคดที่อยู่ในนั้นไม่ได้เป็นการทำให้การลงคะแนนเป็นการลงคะแนนลับ อยากให้ทุกคนช่วยกันเรียกร้องให้ กกต.ทำงานแบบตรงไปตรงมา ไม่อยากให้ใช้อำนาจตัวเองปิดปากผู้อื่น
เมื่อถามว่า ตอนนี้ประชาชนร่วมลงชื่อถอดถอน กกต.จำนวนมาก ทางพรรคประชาชนมีความเคลื่อนไหวเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทางพรรคทำในสิ่งที่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าการดำเนินคดีอาญามาตรา 157 หรือ ม.172 ตัวแทนของพรรคก็ได้ดำเนินการโดยตรงไปแล้ว และมีภาคประชาชนเข้าไปยื่นที่ผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และที่ศาลปกครอง ทางพรรคจะไม่เข้าไปยื่นซ้ำซ้อน แต่จะติดตามเรื่องนี้และเรียกร้องให้ทาง กกต.ออกมาเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างให้โปร่งใสมากที่สุด
เมื่อถามว่า ปัญหาเหล่านี้จะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อาจเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่น ทั้งศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญในการที่จะพิจารณาเรื่องนี้ หลายคนอาจมองว่าเรามีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากเป็นคู่แข่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ หลายคนอาจจะมองว่าเราแพ้การเลือกตั้งแล้วออกมาเรียกร้องหรือไม่ สิ่งที่เราเรียกร้องได้คือ การเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใสยุติธรรม ปกป้องสิทธิ์ของประชาชนให้ถึงที่สุด ขณะนี้บัตรเลือกตั้งมีปัญหา กกต.ต้องพยายามดำเนินการอย่างเต็มที่ดีที่สุด ให้เก็บรักษามีความลับดีที่สุดคือต้องเร่งทำลายบัตรให้เร็วที่สุด ส่วนจะนำไปสู่การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ ตนเองอยู่ในฐานะที่ไม่เหมาะสมที่จะพูดต้องให้หน่วยงานอื่น ๆ เป็นผู้ตัดสินแทน