รพ.วังเหนือ ออกแถลงการณ์ชี้แจงไทม์ไลน์ ผู้เสียชีวิตจากตัวคุ่นกัด

รพ.วังเหนือ ออกแถลงการณ์ชี้แจงไทม์ไลน์ ผู้เสียชีวิตจากตัวคุ่นกัด

View icon 55
วันที่ 17 ก.พ. 2569 | 10.28 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รพ.วังเหนือ ออกแถลงการณ์ชี้แจงไทม์ไลน์ ผู้เสียชีวิตจากตัวคุ่นกัด มา รพ.ครั้งแรกด้วยอาการปวดน่อง ไม่ได้แจ้งว่าถูกตัวคุ่นกัด เสียชีวิตจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดแทรกซ้อนรุนแรง ไม่ใช่ผลจากพิษของตัวคุ่นโดยลำพัง “ตัวคุ่น” ไม่ใช่แมลงพิษร้ายแรง ถูกกัดจะส่งผลเพียงอาการคัน

ตัวคุ่นกัดตาย วันนี้ (17 ก.พ.69) โรงพยาบาลวังเหนือ จังหวัดลำปาง ออกแถลงการณ์ชี้แจง กรณีข่าวผู้เสียชีวิตที่สงสัยว่าเกิดจากตัวคุ่น (ริ้นดำ) โดยลำดับเหตุการณ์และข้อเท็จจริงทางการแพทย์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดความตื่นตระหนก ดังนี้

วันที่ 8 ก.พ.69 ผู้ป่วยชาย อายุ 68 ปี เข้ารับการรักษาด้วยอาการปวดน่อง เบื้องต้นตรวจไม่พบอาการผิดปกติรุนแรงอื่น ๆ แพทย์จึงวินิจฉัยเป็นกล้ามเนื้ออักเสบและให้ยากลับไปสังเกตอาการที่บ้าน

ต่อมา ช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้ป่วยกลับมา รพ. อีกครั้ง ด้วยอาการปวดน่องรุนแรงจนเดินไม่ได้ มีอาการชาน่อง และเริ่มพบผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีม่วงบริเวณใบหน้าและติ่งหู

ญาติจึงให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสงสัยว่าผู้ป่วยอาจถูกตัวคุ่นกัด ทีมแพทย์ตรวจพบภาวะ “ติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง” (Sepsis) และมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ จึงเร่งให้สารน้ำ ยาปฏิชีวนะ และส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลลำปางทันที

วันที่ 15 ก.พ.69 ผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงด้วยภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดและระบบหายใจล้มเหลว

สำหรับ “ตัวคุ่น” ไม่ใช่แมลงพิษร้ายแรง โดยปกติการถูกตัวคุ่นกัดจะส่งผลเพียงอาการคัน หรือเป็นตุ่มเลือดเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้ทำให้เสียชีวิตโดยตรงในทันที

สาเหตุการเสียชีวิต : กรณีนี้เกิดจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยเฉพาะบุคคล หรือมีการติดเชื้อแทรกซ้อนที่รุนแรง ไม่ใช่ผลจากพิษของตัวคุ่นโดยลำพัง

แนวทางปฏิบัติ : หากถูกแมลงกัดให้ทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาด ประคบเย็นเพื่อลดบวม ทายาลดคัน สิ่งสำคัญคือห้ามเกา หากมีอาการผิดปกติ เช่น อาการแพ้รุนแรง มีไข้ หายใจหอบเหนื่อย หรือผิวหนังเปลี่ยนสี ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการถูกกัดทันที
การป้องกัน : หลีกเลี่ยงพื้นที่ชื้นแฉะหรือป่าเขา สวมเสื้อผ้ามิดชิด และทายากันแมลงเมื่อต้องเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง

โรงพยาบาลวังเหนือขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรฐานการคัดกรองและการรักษาของโรงพยาบาล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง