ศุลกากร ท่าเรือแหลมฉบัง อายัดขาไก่แช่แข็ง 8 แสนกก. ยังไร้เงาเจ้าของรับผิดชอบ

ศุลกากร ท่าเรือแหลมฉบัง อายัดขาไก่แช่แข็ง 8 แสนกก. ยังไร้เงาเจ้าของรับผิดชอบ

View icon 25
วันที่ 17 ก.พ. 2569 | 14.18 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ศุลกากร ท่าเรือแหลมฉบัง ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ชี้แจงกรณี อายัดตู้ต้องสงสัยเป็น “ขาไก่แช่แข็ง”ลักลอบนำเข้า 32 ตู้ ตั้งแต่ ปลายเดือนมกรา 69 จำนวนกว่า 8 แสนกินโลกรัม ปัจจุบันยังไม่มีผู้มีส่วนได้เสียเข้ามาติดต่อเป็นเจ้าของ

จากกรณี มีการตรวจยึด ตู้สินค้าประเภทขาไก่นำเข้าจากต่างประเทศจำนวน 32 ตู้ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง  ล่าสุดวันนี้ ( 17 กุมภาพันธ์ 2569)  สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี นายภาณุ ลิ้มวงศ์ยุติ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมด้วย น.สพ.รัชพล อินทร์สุข รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าด่านกักกันสัตว์ชลบุรี ร่วมกันแถลงข่าว

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกันระหว่างกรมศุลกากรและกรมปศุสัตว์พบว่า บริษัทผู้นำเข้าสำแดงชนิดสินค้าเป็น Frozen Food ซึ่งทางการสืบสวนของกรมศุลกากรร่วมกับกรมปศุสัตว์ ต้องสงสัยว่าเป็นขาไก่แช่แข็งนำเข้าโดยมิชอบ เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงได้ทำการอายัดตู้สินค้าที่ต้องสงสัยดังกล่าวไว้ ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569 จำนวน 5 ตู้คอนเทนเนอร์ วันที่ 22 มกราคม 2569 จำนวน 26 ตู้คอนเทนเนอร์ และวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 1 ตู้ เพื่อรอการตรวจสอบต่อไป  ปัจจุบันยังไม่มีผู้มีส่วนได้เสียเข้ามาติดต่อเพื่อปฏิบัติพิธีการหรือแสดงความเป็นเจ้าของแต่อย่างใด

ตู้สินค้าดังกล่าวมีประเทศต้นทางจากประเทศมาเลเซีย น้ำหนักประมาณกว่า 700,000 กิโลกรัม และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน น้ำหนักประมาณกว่า 143,000 กิโลกรัม ซึ่งการนำเข้าของดังกล่าวอาจเข้าข่ายกระทำความผิดฐาน “สำแดงเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560” และ “นำเข้าสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติ โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558” ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญที่ใช้ควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านโรคระบาดและรักษามาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารของประเทศ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า การนำเข้าเนื้อสัตว์ต้องได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากหน่วยงานกำกับดูแล พร้อมเอกสารรับรองแหล่งที่มาและการตรวจโรค หากฝ่าฝืนอาจมีโทษตามกฎหมาย การลักลอบนำเข้าสินค้าประเภทเนื้อสัตว์โดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคสัตว์ รวมถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภคโดยตรง นอกจากนี้ ยังบิดเบือนกลไกตลาดสร้างความไม่เป็นธรรมแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ภายหลังการอายัดสินค้า เจ้าหน้าที่ศุลกากรและเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จะร่วมดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อขยายผลไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการนำเข้า พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง