วันนี้ (18 ก.พ. 69) ตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการจับกุม นายไซ ซุน อายุ 36 ปี (ผู้ขับขี่) , นายจายน้อง อายุ 30 ปี (ผู้ขับขี่) และนายสุขแก้ว อายุ 34 ปี (ผู้ขับขี่)
โดยกล่าวหาผู้ถูกจับที่ 1-3 ร่วมกันซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือหรือช่วยด้วยประการใด ๆ ให้คนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพื่อให้พ้นจากการจับกุม พร้อมผู้ถูกจับที่ 4-28 แรงงานเถื่อน สัญชาติ เมียนมา ( 25 ราย) โดยกล่าวหาว่าผู้ถูกจับที่ 4-28 “เป็นแรงงานเถื่อนเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
สามารถจับกุมตัวได้ที่ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 117 กิโลเมตรที่ 95-101 ต.หนองหลุม อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร
พฤติการณ์แห่งการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เปิดปฏิบัติการร่วมครั้งใหญ่ สนธิกำลัง ตำรวจสอบสวนกลาง CIB (บก.ทล.,บก.ปคม. และ บก.ป.) ทำการสืบสวนในเส้นทางที่มีการลักลอบขนคนต่างด้าวผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้มีแรงงานเถื่อนผิดกฎหมายและผู้นำพาในเส้นทาง อยู่บ่อยครั้ง
จากการวิเคราะห์พฤติกรรมรถและกลุ่มบุคคลเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.5 กก.๑ บก.ทล.(เพชรบูรณ์) ได้สืบสวนจนพบข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่า จะมีการลักลอบขนแรงงานผิดกฎหมายดังกล่าวมายังพื้นที่ชั้นในอีกครั้ง
จนกระทั่ง วันที่ (16 ก.พ. 69) เวลาประมาณ 21.40 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สนธิกำลังสำรวจเส้นทาง ถนนทางหลวงหมายเลข 117 กิโลเมตรที่ 95-101 ต.หนองหลุม อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร พบรถยนต์ จำนวน 3 คัน มีลักษณะมีพิรุจต้องสงสัย ได้แก่รถเก๋ง สีเทา พบนายไซ ซุน (ผู้ถูกจับที่ 1) ตรวจสอบรถยนต์ตู้ ซึ่งขับตามกันมา พบ นายจายน้อง (ผู้ถูกจับที่ 2) และบุคคลต่างด้าว จำนวน 17 คน (ผู้ถูกจับที่ 4-19) นั่งโดยสารมากับรถยนต์ตู้ดังกล่าว และตรวจสอบรถกระบะ พบ นายสุขแก้ว และแรงงานเถื่อน จำนวน 9 คน (ผู้ถูกจับที่ 20-28)
โดยนายจายน้อง และนายสุขแก้ว ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ารถเก๋ง เป็นรถที่ขับขี่นำทางสำรวจเส้นทางให้กับตน
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญรถยนต์ทั้ง 3 คันมาตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดอีกครั้งที่ หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงวชิรบารมี พบว่า ผู้ถูกจับที่ 4-28 เป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดแสดง
และจากการสอบถามนายไซ ซุน ผู้ถูกจับที่ 1 ให้การยอมรับว่า ได้ร่วมกันขับรถยนต์นำทางรถยนต์ของผู้ถูกจับที่ 2 และ 3 จาก จ.เชียงใหม่ มาจนถึง จ.พิจิตร โดยกระทำแบบนี้มาแล้วกว่า 5 ครั้ง และได้ค่าจ้างจำนวน 5,000 บาทต่อครั้ง และทราบดีอยู่แล้วว่ารถยนต์ของผู้ถูกจับที่ 2 และ 3 ขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและยินยอมที่จะนำพาไปส่งที่จุดหมายปลายทางจริง
จากการสอบถามผู้ถูกจับที่ 2 และ 3 ให้การว่า ตนได้ขับรถยนต์บรรทุกแรงงานเถื่อนมาจาก จ.เชียงใหม่ จนมาถึงจ.พิจิตร โดยกระทำแบบนี้มาแล้ว 4 ครั้ง และได้ค่าจ้างจำนวน 5,000 บาท ต่อครั้ง และตนรู้ดีอยู่แล้วว่าแรงงานเถื่อน ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใด ๆ และยินยอมที่จะนำพามาส่งที่ปลายทาง
โดยมีนายไซ ซุน ผู้ถูกจับที่ 1 เป็นผู้ขับขี่ ขับรถนำตลอดเส้นทางจริง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เรียกตรวจสอบ และได้สอบถามผู้ถูกจับที่ 4-28 ผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมาให้การยอมรับว่า ได้ลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติและเดินข้ามมา ในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และเดินทางต่อมายังพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อจะเข้ามาหางานทำในประเทศไทย
โดยเสียค่าใช้จ่าย จำนวน 8,500 บาท จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรวชิรบารมี ภ.จว.พิจิตร ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป