ซิ่งบิ๊กไบก์ 180 กม. ต่อ ชม. ชนคนขาขาด  แต่จ่ายแค่ 20,000 บาท

ซิ่งบิ๊กไบก์ 180 กม. ต่อ ชม. ชนคนขาขาด แต่จ่ายแค่ 20,000 บาท

View icon 46
วันที่ 19 ก.พ. 2569 | 15.30 น.
ข่าวภูมิภาค
แชร์
ครอบครัวร้องขอความเป็นธรรม หลังลุงกับหลานสาววัยถูกหนุ่มดีกรีแชมป์ซิ่งบิ๊กไบก์ 180 กม./ชม. ชนขณะขี่ จยย ข้ามถนนทำให้ลุงขาขาด ส่วนหลานสาววัย 5 ขวบ ดามเหล็กที่ขา แต่คู่กรณีจ่ายค่าเยียวยาให้ลุงแค่ 20,000 บาท ส่วนหลานสาวได้ 10,000 บาท

จากกรณีโลก Social เผยแพร่เรื่องราวเหตุการณ์รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ชนกับรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน โดยมีข้อความระบุว่า “35,000 แลกขาลุง ! ฝีมือนักแข่งอาชีพ? ชนลุงพิการ หลาน 5 ขวบดามเหล็กแต่บอกตำรวจว่า “ประมาทร่วม” จะได้จ่ายน้อยๆ? เห้ย ! เป็นนักแข่งต้องมีสปิริต ไม่ใช่เก่งแต่ในแทร็ก แต่ไร้ความรับผิดชอบบนถนน ! เคสนี้ควรรับผิดชอบมากกว่านี้” หลังโพสต์คลิปนี้เผยแผ่ออกไปได้มีชาวเน็ตแห่เข้ามาคอมเมนต์ไปกันต่างๆนานา พร้อมกดแชร์คลิปเหตุการณ์นี้เป็นจำนวนมาก

ล่าสุดความคืบหน้าในเรื่องนี้นั้นเวลา 13.00 น.วันที่ 19 ก.พ.69 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม นายสุรศักดิ์  อายุ 44 ปี น.ส.ประภัสสร  พ่อและแม่ของ "น้องหนูนา" อายุ 5 ขวบ ที่ยังต้องใส่เหล็กฝังไว้ที่ขาขวาได้เดินทางไกลหลายร้อยกิโลเมตรจากจังหวัดศรีสะเกษ เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิ เพื่อขอให้ช่วยเหลือในรูปคดี

โดยนายสุรศักดิ์  ผู้เป็นพ่อ เล่าว่า น้องหนูนา อาศัยอยู่กับยาย และป้า ส่วนตนและภรรยาไปทำงานรับจ้างอยู่ที่จ.สมุทรปราการ เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 18 ม.ค. 69 เวลาประมาณ 11.30 น. นายสุกิจ อายุ 49 ปี  ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของ น้องหนูนา ได้ขี่รถจักรยานยนต์ พาหลานสาว 2 คน โดยมี น้องหนูนา นั่งตรงกลาง และมีน้องหยก อายุ 10 ขวบ นั่งซ้อนท้าย ไปด้วยอีกคน เพื่อออกไปซื้ออาหารแมวที่ร้านค้า

ขากลับได้ขับรถมาตามริมถนนสายศรีสะเกษ-กันทรลักษ์ บริเวณบ้านภูคำ ต.ภูเงิน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จากนั้นได้มาชะลอรถจอดริมทางเพื่อรอข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่ง เมื่อมองดูถนนซ้าย-ขวาแล้วว่าปลอดภัย ไม่เห็นรถวิ่งผ่าน จึงได้พาหลานเคลื่อนรถเพื่อข้ามฝั่งไป แต่จังหวะนั้นได้มีรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ขี่มาด้วยความเร็วสูงและชนเข้าอย่างจัง เป็นเหตุให้ นายสุกิจ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาขวาขาด 1 ข้าง และน้องหนูนา ลูกสาวตน ขาขวาหัก ต้องผ่าตัดใส่เหล็ก 2 เส้น นอนพักรักษาตัวที่ รพ.กันทรลักษ์ นานถึง 9 วัน ไม่สามารถเดินได้ ส่วนน้องหยก ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

หลังทราบข่าวว่าลูกโดนรถชน ตนและภรรยาก็รีบกลับมาบ้านเลย โดยที่ยังไม่ได้ลางาน เงินก็ไม่ได้ ขาดรายได้มาเกือบ 1 เดือนแล้ว หลังเกิดเหตุคนที่ขี่รถชนไม่เคยมาเยี่ยมหรือดูแลสอบถามอาการครอบครัวตนแต่อย่างใด มีเพียงญาติของคนขับรถนำกระเช้ามาเยี่ยมแค่ครั้งเดียว โดยเบื้องต้นทางคนขับบิ๊กไบก์ ได้จ่ายเงินเยียวยาให้กับนายสุกิจ จำนวน 20,000 บาท ให้น้องหนูนา ลูกสาวตน จำนวน 10,000 บาท ส่วนน้องหยก ให้ 5,000 บาท พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ตนยอมรับว่าพูดอะไรไม่ออก ถึงขั้นร้องไห้ออกมา รู้สึกตกใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดเจรจากันอีกครั้ง หลังได้ใบรับรองแพทย์โดยตนไม่อยากจะเรียกร้องขออะไรมากนัก แค่อยากให้คนขับรถบิ๊กไบก์รับผิดชอบกันหน่อย มาสอบถามเยี่ยมอาการของผู้บาดเจ็บบ้าง ไม่ใช่ชนแล้วหายเงียบไปเลย ทุกวันนี้เงินที่ตนเก็บไว้ให้ลูกเรียนหนังสือ ต้องนำออกมาใช้เพื่อรักษาลูกจนหมดตัวแล้ว แถมต้องขาดงานไม่มีรายได้อีก

ตนเห็นคลิปแล้วสะเทือนใจมาก แต่ก็โชคดีที่น้องไม่เป็นอะไรมากไปกว่านี้ ตนคิดว่าชนแรงขนาดนี้ระยะความเร็วขนาดนี้ มีโอกาสสูญเสียเยอะมาก โดยพาะถนนเส้นนี้เป็นเขตชุมชน ความเร็วที่ 90 กม./ชั่วโมงก็ถือว่าเร็วสุดๆแล้ว ตนเป็นคนพูดไม่เก่งไม่รู้กฎหมาย อยากให้ทางทนายรณณรงค์ช่วยเหลือในเรื่องนี้ด้วย

ด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า เงินที่เยียวยามาแล้วนั้นในบันทึกที่ลงไว้เป็นเพียงแค่คดีแพ่งมีการลงไว้ว่าต่างฝ่ายต่างประมาท เคสนี้รับเงินเยียวยาไปแล้ว สัดส่วนมากสัดส่วนน้อยคุณก็ต้องจ่าย รับเงินแล้วมีการลงบันทึกว่าเยียวยาด้านมนุษยธรรม ภาษานี้เป็นภาษาทางกฎหมายเลยนะแสดงว่าคนที่เยียวยาฉลาดรู้เรื่องดี เมื่อเขาเยียวยาแล้วเขาก็จะเอาใบบันทึกใบนี้ไปแสดงที่ศาลว่าเยียวยาแล้วจะได้ไม่ต้องติดคุก

เรื่องนี้ทางมูลนิธิจะพาผู้เสียหายไปที่โรงพักเจรจาไกล่เกลี่ยให้ละเอียด และถามตำรวจว่ารถบิ๊กไบก์คันนี้จดทะเบียนซื้อมาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่และหลังจากชน แล้วปล่อยให้เอารถออกไปถูกต้องหรือเปล่า ถ้าวันนี้เรามีประกันเคลมเราคงไม่โวยหรอกแต่ดูสิเขายังต้องใช้สิทธิ์ประกันสังคมกับสิทธิ์ 30 บาทอยู่เลย ตอนขับมีปัญญาขับ แต่ตอนรับผิดชอบไม่มีปัญญารับผิดชอบอันนี้ไม่แมนเลย คุณเป็นนักแข่งดีกรีแชมป์ไม่ใช่หรอ เพิ่งชนะมาเมื่อเดือนกันยายนนี้เอง ทำไมไม่อายเหรอเจอเรื่องแบบนี้ ถ้าตนเจอหน้าอยากถามสักหน่อย ตนมีโปรไฟล์นะ แต่ไม่อยากปล่อยเพราะอยากให้โอกาสคุณไปทำมาหากินหาเงินมารับผิดชอบ คุณเห็นสภาพแล้วรู้สึกยังไงถ้าวันนั้นไม่ขับ 180 ขับแค่ 60 จะตายไหม ถ้าขับ 60 คุณก็เบรคได้เบรคทันนี่มาซะเร็วแบบนี้มันก็ต้องชนแน่นอน

ด้านนางชฎาภรณ์ ที่ปรึกษามูลนิธิ กล่าวว่า ตนอยากให้คนที่ชนมีจิตใจในด้านมนุษยธรรมมากกว่านี้สักหน่อย อยากให้คุณคิดเยอะๆ คิดมากๆว่าการที่คุณขับรถเร็วขนาดนี้ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วมาเกิดอุบัติเหตุคุณเสียใจไหมหรือคุณไม่เสียใจเลย คุณต้องทำให้คนคนหนึ่งขาขาดพิการไปตลอดชีวิต เด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งต้องได้รับความเจ็บปวดแสนสาหัส ใส่เหล็กดามไว้ที่ขารอการผ่าตัด อยากให้แสดงความรับชอบมากกว่านี้สักหน่อย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง