เปิดพฤติการณ์ หลังก่อเหตุ "ไอ้ทิว จลอ" โจรชิงทอง 198 บาท ขโมย จยย.มาก่อเหตุ เปลี่ยนชุดบ่อย ใช้รถสาธารณะหลายๆทอด นำทองที่ชิงมาได้ไปฝากเพื่อนที่ประเทศเพื่อนบ้าน แลกเป็นเงินสดบางส่วนมาใช้กินเที่ยว และซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ 2 คัน ส่วนคดีติดตัวมีเพียบ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 23.35 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบชื่อ สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว สวมหมวกปิดบังใบหน้า ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ก่อเหตุชิงทรัพย์ ภายในร้านทอง ในห้างดัง สาขาสุขุมวิท 50 แขวงพระโขนงใต้ เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร โดยได้ทรัพย์สินไป ประกอบด้วย ทองรูปพรรณและทองคำแท่ง น้ำหนักรวม 164 บาท มูลค่ากว่า 13,093,762 บาท (ราคา
ณ วันที่ 31 ม.ค.69) พร้อมเงินสด มูลค่า 160,015 บาท
จากกการสืบสวนทราบว่า คนร้ายมีการวางแผนเตรียมการที่จะก่อเหตุในครั้งนี้ เป็นอย่างดี โดยในห้วงปีใหม่ที่ผ่านมา คนร้ายได้ลักเอารถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda รุ่น Scoopy-I ซึ่งจอดอยู่ในบริเวณ วัดสระเกศ พื้นที่ สน.สำราญราษฎร์ เพื่อนำรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว มาไว้ใช้เพื่อก่อเหตุ ต่อมาก่อนเกิดเหตุ คนร้ายได้มีการเตรียมเครื่องแต่งกายเพื่อเปลี่ยนก่อนและหลังก่อเหตุ อีกทั้งยังใช้การโดยสารรถทั้งรถสาธารณะ รถไฟฟ้า หลายๆทอด ก่อนจะมานำรถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้ย่าน ถนนกำแพงเพชร 5 ไปก่อเหตุ ในขณะที่ก่อเหตุมีการสวมหมวกปิดบังใบหน้า สวมถุงมือเพื่อป้องกันรอยนิ้วมือ และหลังเกิดเหตุมีการนำรถจักรยานยนต์ไปทิ้งในคลองประเวศบุรีรมย์ และมีการเปลี่ยนเครื่องแต่งกายอีกครั้ง โดยการก่อเหตุดังกล่าวนี้เพื่อให้ยากต่อการสืบสวนติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจของกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยใช้เวลาสืบสวนเกือบ 3 สัปดาห์ จนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุ คือ นายจะลอ หรือทิว กุ่ยแก้ว อายุ 29 ปี ซึ่งมีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์หลายคดี โดยหลังก่อเหตุ คนร้ายได้หลบหนีไปยังพื้นที่ จังหวัดเชียงราย จึงได้ติดตามไป จนกระทั่ง วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.12 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน นำโดย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พร้อม กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจของกองบัญชาการตำรวจนครบาลและตำรวจภูธรภาค 5 ทำการจับกุมนายจะลอ หรือ ทิว อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 198/2569 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ฐาน ความผิด “ชิงทรัพย์ ในเวลากลางคืน โดยผ่านสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์เข้าไปด้วยด้วยประการใดฯ โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป” ที่บริเวณแพ ภายในเขื่อนแม่สรวย ตำบลแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย พร้อมของกลาง
1.เงินสด จำนวน 200,000 บาท (ได้มาจากการกระทำความผิด)
2.แท็ปเล็ต จำนวน 1 เครื่อง (ใช้ก่อนก่อเหตุ)
3.กระเป๋าสะพาย สีเทาดำ จำนวน 1 ใบ (ใช้ก่อนก่อเหตุ)
4.นาฬิกา จำนวน 1 เรือน (สวมใส่ก่อนก่อเหตุ)
5.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda รุ่น Forza สีเทาดำ จำนวน 1 คัน (นำทรัพย์สินที่ได้จากการชิง
ทรัพย์ไปซื้อ)
6.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ YAMAHA รุ่น XMAX สีดำแดง จำนวน 1 คัน (นำทรัพย์สินที่ได้จากการชิง
ทรัพย์ไปซื้อ)
ในชั้นจับกุมนายจะลอ หรือทิว ให้การรับสารภาพ ตนเป็นผู้ก่อเหตุชิงทองจริง หลังก่อเหตุได้เอาทองไปฝากเพื่อนที่อยู่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเอาทองคำไปแลกมาเป็นเงินสด มูลค่า 200,000 บาท ซึ่งนำไปใช้กินเที่ยวตามปกติ นำไปซื้อรถจักรยานยนต์ 2 คัน และจะมีการนัดส่งมอบเงินค่าทองกันอีกครั้งในวันที่ 7 มีนาคม 2569 แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ก่อน ส่วนอาวุธปืน และเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุนั้น ได้ทิ้งไปแล้วและจากกรณีที่ต้องสงสัยว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีชิงทรัพย์ร้านทองใน ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีพระราม 4 เมื่อ พ.ศ.2562 หรือไม่นั้น ยังคงให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำตัวนายจะลอ หรือทิวฯพร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดของ นายจะลอฯ พบว่ามีประวัติการกระทำความผิด จำนวน 7 คดี ได้แก่
1.ความผิดฐาน “ตัวการลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” คดีอาญาที่ 215/2559 สน.คลองตัน
2.ความผิดฐาน “ตัวการลักทรัพย์” คดีอาญาที่ 1187/2556 สน.คลองตัน
3.ความผิดฐาน “ตัวการลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” คดีอาญาที่ 506/2563 สภ.สารภี ภ.จว.เชียงใหม่
4.ความผิดฐาน “ตัวการลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” คดีอาญาที่ 507/2563 สภ.สารภี ภ.จว.เชียงใหม่
5.ความผิดฐาน “ตัวการลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” คดีอาญาที่ 508/2563 สภ.สารภี ภ.จว.เชียงใหม่
6.ความผิดฐาน “ตัวการลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” คดีอาญาที่ 509/2563 สภ.สารภี ภ.จว.เชียงใหม่
7.ความผิดฐาน “ตัวการลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” คดีอาญาที่ 510/2563 สภ.สารภี ภ.จว.เชียงใหม่
นายจะลอฯ เคยถูกจับมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นคดี สน.คลองตัน ต้องโทษจำคุก 2 ปี ออกจากคุก เมื่อปี 61
ส่วนครั้งที่ 2 เป็นคดี สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ ต้องโทษจำคุก 5 ปี โดยเพิ่งได้รับการพ้นโทษเมื่อ วันที่ 7 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา จนกระทั่งมาก่อเหตุอีกครั้ง 30 ม.ค. 2569