เจ้าหน้าที่ ขสป.คลองนาคา ผนึกกำลัง ขสป.คลองยัน แกะรอย-เข้าโอบล้อม สยบแก๊งพรานป่าคาแนวป่ารอยต่อ พบ ซากกระจง, พญากระรอกดำ, ค่างแว่นถิ่นใต้ และกบทูด ส่งดำเนินคดีเด็ดขาด
วันนี้ (22 ก.พ. 69) นายอลงกรณ์ เศรษฐ์เชื้อ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 (สุราษฎร์ธานี) เผยว่า ตามที่สั่งการให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยัน ร่วมกันเปิดปฏิบัติการเชิงรุก สกัดกั้นขบวนการพรานป่าลักลอบล่าสัตว์ป่าคุ้มครองบริเวณพื้นที่รอยต่อสองเขตรักษาพันธุ์สัตว์ฯ ตามที่ได้รับรายงานการข่าวจากชุดสืบหาข่าวการลักลอบล่าสัตว์ป่า
โดย นายสราวุธ พะลายะสุต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา รายงานว่า จากการบูรณาการการทำงานของ 2 หน่วยงาน หลังได้รับเบาะแสความเคลื่อนไหวจึงประสานข้อมูลร่วมกับ ขสป.คลองยัน เพื่อระบุพิกัดในพื้นที่ป่าห้วยน้ำเย็น ต.ปากฉลุย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี โดยการสนธิเจ้าหน้าที่จำนวน 30 นาย ประกอบด้วย ขสป.คลองนาคา จ.ระนอง จำนวน 23 นาย และ ขสป.คลองยัน จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 7 นาย แกะรอยติดตามตรวจพบชุดพรานป่าและเข้าโอบล้อมปิดช่องทางการหลบหนีของกลุ่มพรานป่าที่มีอาวุธปืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้จุดเกิดเหตุจะอยู่ในเขต ขสป.คลองยัน แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร คณะเจ้าหน้าที่ได้บริหารจัดการร่วมกัน โดยใช้หน่วยพิทักษ์ป่าเชี่ยวเหลียง (ขสป.คลองนาคา) เป็นจุดคัดกรองและทำบันทึกจับกุม เพื่อความรวดเร็วและปลอดภัยของทุกฝ่าย
โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน และวิ่งหลบหนีไป 1 คน พร้อมอาวุธปืนไรเฟิล ขนาด .22 (ลูกกรด) และตรวจยึดของกลาง คือ กบทูด หรือ กบภูเขา จำนวน 8 ตัว น้ำหนัก 1.5 กก. ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศต้นน้ำอย่างมาก, ซากกระจง จำนวน 10 ซาก น้ำหนัก 6.5 กก., ซากค่างแว่นถิ่นใต้ จำนวน 1 ซาก น้ำหนัก 1.5 กก., ซากพญากระรอกดำ จำนวน 1 ซาก น้ำหนัก 1.5 กก. พร้อมด้วยอาวุธปืนขนาด .22 และอุปกรณ์การล่าอีกหลายรายการ พร้อมอุปกรณ์สำหรับเดินป่าและยังชีพในป่า
หลังจากจัดทำบันทึกจับกุมเสร็จเมื่อเวลา 03.28 น. ทางคณะเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบตัวผู้ต้องหาและของกลางให้แก่พนักงานสอบสวน สภ.เสวียด จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้อย่างถึงที่สุด และสืบหาตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีการจับกุมต่อไป
ทั้งนี้ ปฏิบัติครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่เน้นย้ำการป้องกันการกระทำผิดด้านทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า โดยให้เพิ่มการลาดตระเวน และการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานข้างเคียง เพื่อลดข้อจำกัดเรื่องเส้นแบ่งเขตพื้นที่ และเน้นการรักษาผืนป่าในภาพรวม