“จตุพร” เหน็บ กกต.หลบหน้าสังคม ปล่อยข่าวรับรอง สส. ขู่เล่นงานคนซูมบาร์โคด ซัดยิ่งเพิ่มคลางแคลงใจ ก่อเอือมระอาลามบั่นทอนรัฐบาลใหม่ของอนุทิน ฟาดถ้าเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรมจริงต้องกล้าสู้ให้คนสิ้นสงสัย
วันนี้ (25 ก.พ.69) นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ระบุ ว่า การทำหน้าที่ของ กกต. ทำให้ประชาชนคลางแคลงใจและเอือมระอา เอาแต่หลบหน้าหลบตา ไม่กล้าชี้แจงความจริง อย่างสุจริตและเที่ยงธรรม ดังนั้น รัฐบาลตั้งขึ้นใหม่ย่อมขาดความเชื่อมั่นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม การตั้งรัฐบาล ขณะนี้เต็มไปด้วยข่าวปล่อยข่าวลือ เพื่อเขี่ยพรรคกล้าธรรมไปเป็นฝ่ายค้าน แต่พรรคภูมิใจไทยมีพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่พรรคเดียวร่วมรัฐบาล แล้วประกอบด้วยพรรคเล็กๆ ซึ่งค้ำยันเสถียรภาพไม่ได้ ถ้าพรรคใหญ่ถอนตัวรัฐบาลก็ล่ม ตนเองยังเชื่อว่า จำนวนตัวเลขไม่บอกถึงเสถียรภาพ เพราะถ้าฝากอนาคตไว้กับพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง ถ้าเกิดเหตุการณ์ถอนตัวเสถียรภาพย่อมพังครืนลง แต่ที่ใหญ่มากคือ ในบรรดาละครการเมืองลวงโลกเมื่อออกฤทธิ์เดช ประเทศก็เสียเวลาอีก
นายจตุพร กล่าวอีกว่า สื่อระบุข่าวในสัปดาห์นี้ กกต. จะรีบรับรอง สส. 396 เขตจาก 400 เขต ซึ่งไม่รู้เท็จจริงอย่างไร เพราะบ้านเมืองเต็มไปด้วยข่าวหลอกต้มกัน เมื่อการเมืองยังไม่สงบและหาความสงบยาก ขณะที่ กกต.ยังขู่จะเล่นงานผู้ถ่ายซูมบัตรบาร์โคด ซึ่งเป็นเรื่องประหลาดกับการดำเนินคดี แต่ที่สำคัญ กกต.ไม่เคยโทษตัวเองที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้น ถึงที่สุดแล้วถ้าเลือกตั้งเป็นโมฆะก็ต้องเลือกตั้งกันใหม่
สิ่งที่ กกต.ควรทำ คือ อะไรคลางแคลงใจประชาชน ควรเคลียร์ให้จบ เพราะแค่ยอดผู้มาใช้สิทธิ์หรือการทำลายบัตรเลือกตั้งจำนวนมากร่วมกว่า 20 ล้านใบ ปัญหาคือทำลายอย่างไร ที่ไหน และบัตรเลือกตั้งที่ใช้สิทธิ์แล้วนำไปเก็บตามโกดังต่างๆ ได้ทำลายแล้วหรือยัง อีกอย่างใช้อำนาจส่วนไหนไปทำลาย เพื่อเจตนาปกปิดไม่ให้รับผิดทางอาญาหรือเปล่า ควรชี้แจงให้ชัดเจน
อีกทั้งกล่าวว่า การดำเนินคดีกับ กกต.นั้น ช่องทางผู้ตรวจการแผ่นดินค่อนข้างชัดเจนกว่าเส้นทางอื่นที่จะส่งต่อศาล รธน. ให้วินิจฉัยเด็ดขาดจนคนทั่วไปสิ้นสงสัย อย่างเป็นมาตรฐาน และผูกพันทุกองค์กร ถ้าวิธีการทำบัตรเลือกตั้งแบบบาร์โค้ดทำได้อนาคตต้องคิดอ่านกันต่อไป
ส่วนกรณีบัตรเขย่ง ไม่น่าเกิดขึ้นและเป็นไปไม่ได้ เพราะตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์กับคะแนนเสียงต้องเท่ากัน ถ้าไม่เสมอกันจะเป็นปัญหา และจำนวนการใช้สิทธิ์ระหว่าง สส.เขตกับบัญชีรายชื่อควรเท่ากันด้วย ดังนั้น การทำหน้าที่ของ กกต.นั้น ต้องให้ประชาชนรู้สึกว่า มีความยุติธรรม สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งพูดกันซ้ำ ๆ ตั้งแต่เลือกตั้งมาไม่ได้คลายความกังวลของประชาชนได้เลย
อีกทั้งกล่าวว่า การทำหน้าที่ของ กกต.ได้ทำลายความเชื่อมั่นรัฐบาลที่มาใหม่ ถ้าจัดการเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรมแล้ว ใครเป็นรัฐบาลอย่างน้อยประชาชนก็น้อมรับด้วยความสบายใจ จึงหวังว่า ก่อนรับรอง สส.ควรทำความจริงให้ปรากฎควบคู่กันด้วยว่า กรรมการเป็นธรรม เมื่อ กกต.เป็นด่านแรกของปัญหาชาติแล้ว ก็เรียงไปเป็นปัญหาส่วนอื่น และลามไปถึงประชาชนไม่เชื่อมั่นรัฐบาล ยิ่ง กกต.สร้างความกังวลให้เกิดกับประชาชนกันเอง ซึ่งความจริงนั้น ความสุจริตจะเป็นเกราะกำบัง ถ้ามั่นใจว่าสุจริต ไม่ห็นมีอะไรต้องหลบหน้าหลบตาผู้คน ข้อเท็จจริงแต่ละเรื่องต้องตอบให้ได้ถ้าจัดการเลือกตั้งอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม
นอกจากนี้ กกต.ยังไม่สอยหรือแจกใบเหลือง ใบส้มให้กับผู้สมัคร แต่รับรอง สส.ไปก่อน เท่ากับการันตีว่าทุกอย่างไม่มีปัญหา ทั้งที่คนเห็นว่าเลือกตั้งมีปัญหาแล้วยังหลบหน้าหลบตาประชาชนกันอีก