“ปรัก สุคน” รมว.กต.กัมพูชา กล่าวหาไทยบนเวทีประชุมระดับสูง UNHRC อ้างไทยวางกำลังทหารเกินขอบเขตที่อ้างไว้ รุกล้ำลึกเข้าดินแดนกัมพูชา ชาวบ้านกลับเข้าบ้านเรือนไม่ได้ ด้าน นายสีหศักดิ์ ขึ้นตอบโต้ กัมพูชาบิดเบือนทำให้ไทยเป็นผู้ร้าย ความจริงคือทั้งสองฝ่ายได้เจรจาและตกลงร่วมกันแล้วให้กองกำลังของแต่ละฝ่ายตั้งอยู่ในฐานที่มั่นเดิมในขณะที่มีการหยุดยิง
วันนี้ (25 ก.พ. 69) นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา ในการประชุมระดับสูงของการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHRC (United Nations Human Rights Council) สมัยที่ 61 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
โดย นายปรัก สุคน กล่าวหาว่า ไทยวางกำลังทหารในจุดที่เกินขอบเขตที่อ้างไว้ ส่งผลให้มีการรุกล้ำลึกเข้าไปในดินแดนกัมพูชา มีหมู่บ้านหลายแห่งที่ถูกยึดครองและบ้านเรือนถูกทำลาย เพื่อนำไปสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร ส่งผลให้ประชาชนเกือบ 650,000 คน ต้องหนีออกจากบ้านอย่างจำใจ ซึ่งการกระทำเหล่านี้ของไทยเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
หลัง นายปรัก สุคน ขึ้นกล่าว ทาง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้กล่าวถ้อยแถลงของไทย โดยนอกจากการพูดถึงประเด็นปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ ซึ่งเป็นวิกฤตด้านสิทธิมนุษยชนระดับโลก ตามที่ตั้งใจไว้ในตอนแรกแล้ว ก็ยังมีการปรับเนื้อหาของถ้อยแถลงเพื่อตอบโต้ที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวพาดพิงไทย
โดย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า กัมพูชากล่าวหาไทยด้วยข้อความเท็จและวาทกรรมที่บิดเบือนเพื่อทำให้ไทยเป็นผู้ร้าย โดยต้นเหตุของความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา เกิดจากการละเมิดและการยั่วยุซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมทั้งการแทรกแซงทางการเมืองภายในของไทยโดยฝ่ายกัมพูชา
ส่วนข้อกล่าวหาของกัมพูชาที่ว่าไทยกำลังยึดครองดินแดนนั้นความเป็นจริงคือ ทั้งสองฝ่ายได้เจรจาและตกลงร่วมกันแล้วให้กองกำลังของแต่ละฝ่ายตั้งอยู่ในฐานที่มั่นเดิมในขณะที่มีการหยุดยิง จนกว่าจะมีการแก้ไขความขัดแย้งผ่านการเจรจา
นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังเปิดเผยว่า ในช่วงที่มีการหยุดยิง แทนที่กัมพูชาจะให้ความสำคัญกับการสร้างความปรองดอง แต่กลับพยายามนำความขัดแย้งไปสู่เวทีระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการบั่นทอนโอกาสในการสร้างสันติภาพ