สกัดจับแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ ขนขึ้นเรือจาก สปป.ลาว นำเข้ามายังไทยทางภาคอีสาน เพื่อกระจายไปยังเครือข่ายทางภาคใต้ ยึดไอซ์ กว่า 200 กิโลกรัม
วันนี้ ( 28 ก.พ. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 2 คน คือ นายณัทกฤช อายุ 53 ปี คนขับรถ และนายประสงค์ อายุ 59 ปี ผู้โดยสาร ได้พร้อมของกลางไอซ์ น้ำหนักประมาณ 214 กิโลกรัม ,รถกระบะ ,
โทรศัพท์มือถือ และสมุดบัญชีธนาคาร โดยจับกุมได้บริเวณสะพานแห่งหนึ่ง ถนน สาย (พรชัย-เซกา) พื้นที่ ต.ชัยพร อ.เมือง จ.บึงกาฬ
สืบเนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด จากการนำเข้าของกลุ่มผู้ค้า และผลกระทบของต่าง ๆ ของกลุ่มผู้เสพ ทำให้เกิดปัญหาทะเลาะวิวาทภายในครอบครัว คลุ้มคลั่ง ทำร้ายร่างกายบุพการี จนเป็นปัญหาสังคม เจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ป. จึงจัดกำลังเฝ้าติดตามกลุ่มผู้ค้าบริเวณชายแดน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าพื้นที่ตอนในของประเทศ สืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ กระทั่งพบเบาะแสว่า จะมีการลักลอบ ส่ง-รับ ยาเสพติดในพื้นที่ ต.โคกก่อง อ.เมือง และ พื้นที่ อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ จึงได้ร่วมกับตำรวจทางหลวง (ส.ทล.3 กก.4 บก.ทล.) , ทหาร ร้อย.ฉก.ทพ.2108 และฝ่ายปกครอง ออกตรวจพื้นที่เส้นทางลำเลียงยาเสพติดถนนหมายเลข 212 สาย (บึงกาฬ-บุ่งคล้า) ในพื้นที่ จ.บึงกาฬ ซึ่งทราบ มาว่ากลุ่มเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดคนไทยกับคนลาว โดยกลุ่มเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดดังกล่าวจะทำการลักลอบ ส่ง-รับ ยาเสพติด จึงวางแผนทำการจับกุม
กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เฝ้าสังเกตบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พบเรือมาจอดเทียบฝั่ง โยนห่อพัสดุจำนวนหลายห่อลงจากเรือ แล้วขี่ข้ามฟากไปทางฝั่งลาว จากนั้นมีชาย 2 คน แบกห่อพัสดุขึ้นรถและขับออกไป เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ส่งสัญญาณให้อีกชุดที่ดักซุ่มอยู่ระหว่างทางเตรียมตัว แจ้งตำหนิรถยนต์ เมื่อถึงถนนหมายเลข 212 สาย (บึงกาฬ-บุ่งคล้า) จึงแสดงตัวแจ้งให้รถหยุด แต่คนขับไม่ยอมหยุด เร่งเครื่องยนต์หลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตาม และได้สกัดจับผู้ต้องเอาไว้ได้
สอบสวนทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการจ้าง จากนายนิวัฒณ์ กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดทางภาคใต้ ให้มารับยาเสพติดที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งน่าเชื่อว่ามีการประสานจากฝั่ง สปป.ลาว เพื่อไปส่งให้นายนิวัฒน์ ตามจุดที่สั่งการ โดยพบข้อความการสนทนาสั่งการ จุดรับ-ส่งของกลาง รวมถึงหลักฐานการโอนจ่ายเงินค่าจ้าง จึงจะมีการขยายผล ติดตามจับกุมผู้ร่วมกระทำผิดมาดำเนินคดี จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป