ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ลั่น จะแก้แค้นให้ทหารอเมริกันทุกนายที่เสียชีวิต และจะโจมตีอิหร่านจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายทั้งหมด พร้อมเรียกร้องให้ชาวอิหร่านลุกขึ้นสู้ทวงคืนประเทศ
วันนี้ (2 มี. ค. 69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวสรุปปฏิบัติการโจมตีอิหร่านในรอบ 36 ชั่วโมงที่ผ่านมา ว่า สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรได้เปิดปฏิบัติ Epic Fury ซึ่งเป็นการโจมตีทางทหารครั้งใหญ่ที่สุด ซับซ้อนที่สุด และรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่โลกเคยมีมาและไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน เราโจมตีเป้าหมายหลายร้อยแห่งในอิหร่าน รวมถึงฐานที่มั่นของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน และระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน
เมื่อสักครู่นี้มีรายงานว่าเราทำลายเรือไป 9 ลำ รวมทั้งอาคารฐานทัพเรือด้วย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที หลังเราได้สังหาร “อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี” อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ชายผู้ที่ชั่วช้าและเลวทราม ผู้ที่มือของเขาเปื้อนเลือดของชาวอเมริกันนับร้อยนับพัน และเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อการสังหารหมู่ผู้บริสุทธิ์นับพันนับหมื่นคนในหลายประเทศ
เมื่อคืนที่ผ่านมา มีเสียงของประชาชนชาวอิหร่านโห่ร้องและเฉลิมฉลองกันตามท้องถนนทั่วประเทศอิหร่าน หลังจากมีการประกาศการเสียชีวิตของ “อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี” ทั้งนี้ปฏิบัติการยังคงดำเนินต่อไปอย่างเต็มกำลัง และจะดำเนินต่อไปจนกว่าเราจะบรรลุเป้าหมายทั้งหมด
เมื่อเช้านี้ ข้าพเจ้าได้รับแจ้งข่าวว่าทหารอเมริกัน 3 นาย เสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ข้าพเจ้าเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ซึ่งได้เสียสละชีวิตเพื่อชาติ แม้ว่าเราจะยังคงดำเนินภารกิจอันชอบธรรมที่พวกเขาได้สละชีวิตเพื่อมันต่อไป ข้าพเจ้าขอภาวนาให้ผู้บาดเจ็บหายดีโดยเร็ว และขอกำลังใจไปยังครอบครัวของทหารผู้สละชีพ และที่น่าเศร้าอีกก็คืออาจจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก แต่เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น เราจะแก้แค้นให้กับการเสียชีวิตของพวกเขา และจะลงโทษผู้ก่อการร้ายอย่างหนักที่สุด ความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ และของอิสราเอลนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เคย สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ร่ำรวยและทรงอำนาจที่สุดในโลกอีกครั้ง แต่เหตุผลเดียวที่สหรัฐฯ มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีเสรีภาพและความปลอดภัย ก็เพราะสหรัฐฯ ทำในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ เหล่านักรบที่พร้อมจะสละชีวิตเพื่อต่อสู้กับศัตรู และพวกเขาต่อสู้ได้ดีกว่าใคร ๆ
ระบบขีปนาวุธระยะไกลและอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน จะเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อชาวอเมริกันทุกคน เราไม่สามารถปล่อยให้ประเทศที่สร้างกองทัพก่อการร้ายครอบครองอาวุธเหล่านั้น ซึ่งจะทำให้พวกเขาสามารถบีบบังคับโลกให้ทำตามความต้องการชั่วร้ายของพวกเขาได้ เราจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น
สหรัฐฯ มีกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา ผมได้สร้างกองทัพขึ้นมาใหม่ในสมัยแรกของการดำรงตำแหน่ง และพูดตามตรงก็คือ ไม่มีใครเทียบสหรัฐฯ ได้เลย ตอนนี้เรากำลังใช้กองทัพนั้นเพื่อสิ่งที่ดี ไม่ใช่เพียงเพื่อความมั่นคงในยุคสมัยของเราเท่านั้นแต่เพื่อลูกหลาน เช่นเดียวกับที่บรรพบุรุษของเราได้ทำเพื่อเราเมื่อหลายปีมาแล้ว นี่คือหน้าที่และภาระของประชาชนผู้มีเสรีภาพ
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการกระทำที่ถูกต้องและจำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่า ชาวอเมริกันจะไม่ต้องเผชิญกับระบอบก่อการร้ายหัวรุนแรงกระหายเลือดที่ติดอาวุธนิวเคลียร์และข่มขู่คุกคามอีกต่อไป เกือบ 50 ปีแล้วที่พวกหัวรุนแรงเหล่านี้โจมตีสหรัฐฯ อิหร่านเป็นประเทศที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้ายอันดับ 1 ของโลก สหรัฐฯ เป็นชาติที่ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจที่สุดในโลก ดังนั้นสหรัฐฯ เราจึงสามารถทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่อิหร่านทำได้ การข่มขู่คุกคามที่ไม่สามารถยอมรับได้จะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป
ข้าพเจ้าขอเรียกร้องอีกครั้งให้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน กองทัพอิหร่าน และตำรวจอิหร่าน วางอาวุธลงและรับความคุ้มครองอย่างเต็มที่จากสหรัฐฯ มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับความตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ข้าพเจ้าขอเรียกร้องให้ผู้รักชาติอิหร่านทุกคนที่ต้องการอิสรภาพ จงคว้าโอกาสนี้ไว้ จงกล้าหาญ จงเด็ดเดี่ยว จงเป็นวีรบุรุษ และทวงคืนประเทศของพวกท่าน อเมริกาอยู่เคียงข้างท่าน ข้าพเจ้าได้ให้สัญญากับพวกท่านและได้ทำตามสัญญาแล้ว ส่วนที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับพวกท่านแล้ว สหรัฐฯ จะอยู่เคียงข้างเพื่อช่วยเหลือ