รมว.กต.อิหร่าน เผย อิหร่านพร้อมเจรจาทางการทูต แต่ไม่ยอมจำนนต่อการรุกราน

รมว.กต.อิหร่าน เผย อิหร่านพร้อมเจรจาทางการทูต แต่ไม่ยอมจำนนต่อการรุกราน

View icon 90
วันที่ 2 มี.ค. 2569 | 12.19 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รมว.กต.อิหร่าน ยืนยัน อิหร่านพร้อมเจรจาทางการทูต แต่จะไม่ยอมจำนนต่อการรุกรานใด ๆ เผยไม่ได้มีปัญหากับประเทศในอ่างเปอร์เซีย แค่โจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ เป็นการป้องกันตนเองและตอบโต้การรุกรานของสหรัฐฯ

วันนี้ (2 มี. ค. 69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลังจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล ใส่อิหร่าน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนของอิหร่านเสียชีวิต

ล่าสุด ทาง “อับบาส อาราคชี” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวกับสำนักข่าวอัลจาซีรา (Al Jazeera) ว่า อิหร่าน เปิดกว้างสำหรับการเจรจาทางการทูตมาโดยตลอด และข้าพเจ้าคิดว่าเรามีประวัติที่ดีมากในเรื่องการเจรจาทางการทูต ตรงกันข้ามกับสหรัฐฯ พวกเขามีประวัติที่แย่และติดลบมาก นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่เราเจรจากับสหรัฐฯ แต่แล้วพวกเขากลับตัดสินใจโจมตีเรากลางการเจรจา เท่ากับว่าจรวดหรือขีปนาวุธหรืออะไรก็ตามที่สหรัฐฯ ยิงมานั้นพุ่งเข้าใส่โต๊ะเจรจา

เหตุการณ์แบบเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เราเจรจากับสหรัฐฯ ร่วมกับสมาชิกอื่น ๆ ของ P5+1 (สมาชิกถาวร 5 ประเทศของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้แก่ จีน, ฝรั่งเศส, รัสเซีย, สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา บวกกับเยอรมนี) และเราได้ข้อสรุปข้อตกลงในปี 2558 และเป็นสหรัฐอเมริกาที่ถอนตัวออกไปโดยไม่มีเหตุผล และอิหร่านยังคงยึดมั่นในข้อตกลงนั้นตราบเท่าที่ข้อตกลงยังมีผลอยู่ ดังนั้นไม่มีใครสามารถตั้งคำถามถึงความสุจริตใจและความพร้อมของอิหร่านในการเจรจาทางการทูตได้

สงครามครั้งนี้ไม่มีใครได้รับชัยชนะ และสหรัฐฯ จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และตราบใดที่สหรัฐฯ ยังคงโจมตีต่อไป สหรัฐฯ ก็จะไม่สามารถบรรลุอะไรได้เลย และครั้งนี้ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงสงครามครั้งก่อน สงคราม 12 วันเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาระหว่างประเทศอิหร่านและประเทศอิสราเอล เมื่อสหรัฐฯ คาดว่าอิหร่านจะยอมจำนนใน 2-3 วัน แต่กลับกินเวลาถึง 12 วันกว่าที่ สหรัฐฯ จะเข้าใจว่าอิหร่านไม่ยอมจำนน และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขอให้มีการหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข

ถ้าเป้าหมายของสหรัฐฯ คือการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง นั่นเป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ การเสียชีวิต “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองหรือการเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองในอิหร่าน อิหร่านมีระบบการเมืองที่มั่นคงมาก มีรัฐธรรมนูญที่แข็งแกร่ง และบนพื้นฐานของรัฐธรรมนูญนั้น สถาบันของรัฐทั้งหมดก็ดำรงอยู่ พวกเขาทำหน้าที่ของตน และอย่างที่ข้าพเจ้าได้อธิบายไปแล้ว แม้แต่ในกรณีที่ผู้นำสูงสุดเสียชีวิต เราก็มีขั้นตอนที่พร้อมดำเนินการต่อได้ทันที และสหรัฐฯ จะได้เห็นผลลัพธ์ในวันพรุ่งนี้หรือวันมะรืนนี้ว่าผู้นำคนใหม่ของอิหร่านจะได้รับการแต่งตั้งโดยสภาผู้เชี่ยวชาญ และผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นทั้งหมดได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนเอง

ระบบทั้งหมด ระบอบการปกครองทั้งหมด แข็งแกร่งพอที่จะต้านทานความปั่นป่วนได้ และเราสูญเสียผู้บัญชาการระดับสูงไปบ้าง แต่ก็มีผู้รับช่วงต่อทันที เพราะทุกอย่างในอิหร่านได้รับการวางไว้อย่างมั่นคงแล้ว

อิหร่านไม่ได้มีปัญหากับประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ตรงอ่าวเปอร์เซีย อิหร่านมีความสัมพันธ์ฉันมิตรและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกประเทศ และอิหร่านมุ่งมั่นที่จะสานต่อความสัมพันธ์เหล่านี้ต่อไป แต่สิ่งที่อิหร่านกำลังทำอยู่นี้ เป็นการป้องกันตนเองและตอบโต้การรุกรานของสหรัฐฯ อิหร่านไม่ได้โจมตีพี่น้องในอ่าวเปอร์เซีย ไม่ได้โจมตีเพื่อนบ้าน แต่อิหร่านกำลังโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ

ขณะนี้สหรัฐฯ กำลังเล็งเป้ามาที่อิหร่าน กำลังโจมตีอิหร่าน และเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องป้องกันตนเอง และแน่นอน เราไม่สามารถโจมตีเป้าหมายใด ๆ ในดินแดนของสหรัฐฯ ได้ ดังนั้น เราจึงต้องจัดการกับฐานทัพของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ และสิ่งอำนวยความสะดวกหรือสถานที่ต่าง ๆ ที่สหรัฐฯ ใช้ในประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้