สถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง เขย่าธุรกิจท่องเที่ยวไทย

View icon 14
วันที่ 3 มี.ค. 2569 | 07.08 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - สมาคมสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ แอตต้า แนะภาคการท่องเที่ยวต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ต้องชี้ให้นานาประเทศเห็นว่า ไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ยังส่งผลต่อภาคธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่อง ที่เห็นได้ชัดเจน คือ ธุรกิจสายการบิน ที่มีการยกเลิกเที่ยวบินในหลายไฟต์

ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ มีนักท่องเที่ยวตกค้างกว่า 160 คน จากสายการบิน "เอทิฮัด แอร์เวย์ส" สายการบินเดียวที่บินตรงระหว่าง เชียงใหม่-กรุงอาบูดาบี เมืองหลวงประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ปกติจะมี 8 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

แนวทางของไทยที่ปฏิบัติในขณะนี้ คือให้ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจ จัดหาเที่ยวบินอื่น เพื่อเปลี่ยนถ่ายไปสู่ท่าอากาศยานปลายทาง

ส่วนที่ยังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนเที่ยวบิน ให้จัดหาที่พัก หรือเสนอแพกเกจการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อเป็นอีก 1 ทางเลือกให้กับผู้โดยสาร

แหล่งท่องเที่ยวย่านป่าตอง อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต ยังพบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลางหลายคน ที่ตัดสินใจอยู่ไทยต่อ เพื่อรอดูและประเมินสถานการณ์ โดยเฉพาะบริเวณถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี ตั้งแต่บริเวณ 3 แยกโคกมะขาม ไปจนถึงตลาดป่าตอง เป็นแหล่งที่พักอาศัยของชาวยิวจำนวนมาก

ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับ ตม. ต้องเพิ่มความถี่ในตรวจตราความเรียบร้อย โดยภาพรวมบรรยากาศการท่องเที่ยวที่หาดป่าตอง ยังเป็นปกติ ถึงแม้นักท่องเที่ยวจะดูบางตาลงไปบ้างก็ตาม

นอกจากนี้ ยังมีกรุ๊ปทัวร์จากอิสราเอล ที่ทำการเช็กเอาต์จากโรงแรมไปก่อนหน้านี้ ติดต่อขอกลับเข้าพักใหม่ กว่า 10 ห้อง เนื่องจากติดปัญหาเรื่องของเที่ยวบิน ซึ่งทางโรงแรมได้อำนวยความสะดวก เปิดห้องพัก และจัดแคมเปญลด 50 % สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ จะเข้าพักเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน ได้ทั้งนั้น จนกว่าจะสามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางของตัวเองได้

สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ แอตต้า วิเคราะห์ว่า โลกวันนี้ ไม่ได้แข่งขันกันแค่ราคา แต่แข่งขันกันที่ความมั่นใจ สงคราม ภัยธรรมชาติ โรคระบาด ความผันผวนด้านพลังงาน ไปจนถึงวิกฤตข้อมูลข่าวสาร ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจบนคำถามเดียวกัน "ปลอดภัยหรือไม่"

ดังนั้น ความปลอดภัยจึงไม่ใช่เพียงมาตรการรักษาความสงบ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของการท่องเที่ยวโลก นอกเหนือจากความปลอดภัยจากอาชญากรรม

สำหรับประเทศไทย มองว่ามีศักยภาพจะเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัยได้จริง ไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เพราะเรามีฐานที่แข็งแรง ทั้งภูมิศาสตร์ที่ไม่ได้อยู่ในสมรภูมิหลักของโลก ระบบสาธารณสุขที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และวัฒนธรรมบริการที่มีความใส่ใจโดยธรรมชาติ แต่คำถามสำคัญคือ เราจะทำให้ความปลอดภัยกลายเป็นยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ใช่แค่คำโฆษณาได้อย่างไร เป็นคำถามที่ทั้งภาครัฐและเอกชน จะต้องช่วยกันหาคำตอบ และช่วยกันดึงสิ่งเหล่านี้ มาเป็นจุดขายของประเทศ ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง