นายกฯ บุกพลูวิลลาเกาะพะงัน สั่งสอบเส้นทางเงิน หลังพบชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของ ให้คนไทยเป็นนอมินี ขอโทษแทนรองโฆษกรัฐบาล แถลงทำเข้าใจผิด ปล่อยต่างชาติประกอบธุรกิจโดยไม่ต้องขออนุญาต ยันแค่ลดขั้นตอน ยังต้องขออนุญาต ต่างชาติถือหุ้นได้แค่ 49% และต้องไม่ใช่เอาฝรั่งใส่วิกดำ
วันนี้ (13 พ.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เดินทางมายังพลูวิลลาที่มีการก่อสร้างผิดกฎหมาย ในตำบลเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) รายงานเรื่องการก่อตั้งพูลวิลลา ซึ่งก่อสร้างผิดกฎหมาย และมีชาวอิสลาเอลเป็นเจ้าของ ตามนโยบายปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน
นายกฯ กล่าวว่า ขอให้พิสูจน์ว่าผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติหรือไม่ หากมีพฤติกรรมที่กระทำผิดโดยตัวเองทราบดีว่าไม่มีสิทธิถือครองที่ดิน แต่ใช้นอมินีมาอ้างมาซื้อที่ดินหลอกลวงให้คนทั่วไปเข้าใจว่านี่คือบริษัทไทย และขอให้ตรวจสอบเส้นทางเงินของบริษัทดังกล่าวด้วย
จากนั้นนายกฯ ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณี คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการปลดล็อกให้ชาวต่างชาติลงทุนใน 8 ธุรกิจ โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ โดยกล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค.69 เราเพิ่งแต่งตั้ง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จากพรรคร่วมรัฐบาล เพิ่งส่งมาอยากให้ได้ทำงานเร็วๆ จึงให้ไปแถลงเรื่องนี้ ซึ่งตนได้ตำหนิโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ว่าเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ละพรรคมีกระทรวงของเขาดูอยู่แล้ว พรรคเพื่อไทยมีทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงานเป็นต้น แต่ละท่านให้ไปรับผิดชอบงาน ตนต้องขออภัยในเรื่องความผิดพลาดในการจัดให้รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปแถลงข่าวเรื่องที่สำคัญ ต้องขออภัยจริง ๆ
เมื่อถามว่ามติดังกล่าวไม่ใช่การเปิดเสรีให้เข้ามาทำธุรกิจใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นการลดขั้นตอน ตามนโยบายลดความซ้ำซ้อน เช่น หากเป็นคนต่างชาติจะขอประกอบธุรกิจในไทย จะต้องขออนุญาตที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ไม่ต้องไปขอซ้ำที่กระทรวงพาณิชย์อีก ซึ่งเป็นดำริของ รมว.พาณิชย์ เพราะมันซ้ำซ้อน กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่จดทะเบียนการค้าให้ส่วนใบอนุญาตจะไปทำธุรกิจต่างๆหน่วยงานที่เป็นเจ้าพนักงานที่อนุญาตก็ไปดำเนินการได้เลย แต่เมื่อวันที่ 12 พ.ค.69 รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ คงแถลงสั้นและสรุปข่าวว่า คนต่างชาติมาประกอบธุรกิจที่เมืองไทยไม่ต้องขอใบอนุญาตอันนี้ไม่ใช่ ต้องขออนุญาต ยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะต้องไปขอใบอนุญาต โดยไม่ต้องไปขอใบอนุญาต ที่กระทรวงพาณิชย์ เราพยายามลดขั้นตอนความซ้ำซ้อน พยายามให้เป็นวันสต็อปเซอร์วิสให้ได้มากที่สุดตามนโยบายอำนวยความสะดวก
เมื่อถามถึงกรณีนอมินิเกาะพะงัน นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ลงพื้นที่มาดูเรื่องนอมินี อย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องของที่ดินว่ารุกล้ำหรือหรือไม่ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมที่ดิน จะไปจัดการตรงนั้นเองวันนี้ เรามาดูเรื่องของการเปิดบริษัทแล้วเอามาขาย ต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% แต่ตอนนี้มีการเปิดหลายบริษัทไขว้กันไปไขว้กันมา ทำให้บริษัทนั้นดูเหมือนว่ายังมีสัญชาติไทย แต่ความจริงการครอบครองบริษัทเป็นของต่างชาติ 100% อย่างนี้ถือว่าผิดเจตนารมณ์กฎหมายเมืองไทย
“ใครก็ตามที่จะครอบครองที่ดิน บริษัทคนไทยยังต้องมี 51% แต่นี่เป็นของต่างชาติ 100% เปรียบเสมือนบริษัทคงอยู่ แต่คนที่คอนโทรลความเป็นไทยค่อย ๆ ละลายไป พูดง่าย ๆ เอาฝรั่งใส่วิกดำใส่หัวดำ แต่สุดท้ายยังไงฝรั่งก็ยังเป็นคนกำหนด เราก็ต้องมาแก้ไขตรงนี้”
นายกฯ กล่าวว่า บริษัทมีที่ปรึกษากฎหมาย มีทำบัญชีใน บริษัทบางแห่ง ผู้ถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัทเก่า 200 กว่าบริษัท คือการเอาบริษัทมาขายบริการ เอาเปลือกมาขาย เพื่อให้คนต่างชาติไปประกอบธุรกิจ ผิดเจตนารมณ์ของกฎหมาย เชื่อว่าจะดำเนินคดีได้ และเพิ่งมาดูประเด็น 1 ในสายงานของตำรวจคือเขาต้องไปดูที่มาของเงิน ว่าเอาเงินเข้ามาให้ฟอกที่ดิน เขาสามารถถือครองและมีสิทธิ์จ้างไปทำอะไรก็ได้ทำตามใจต่างชาติแบบนี้เราก็ต้องนั่งบล็อกไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นนายกฯ ได้เดินลงมาพบปะประชาชนที่มายืนรอพร้อมมอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่ ก่อนที่จะเดินมาดูบริเวณชายหาด และกล่าวว่า ขอให้ช่วยกันรักษา ชายหาดให้สะอาดและน้ำให้ใสสะอาด อย่าทำน้ำขุ่น ต้องช่วยกันรักษา ก่อนจะพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับชาวบ้าน