ห้องข่าวภาคเที่ยง - หลังตำรวจสอบสวนกลาง ออกหมายจับ "เบน สมิธ" กรณีหลอกนักธุรกิจลงทุนสูญเงินกว่า 1,000 ล้านบาท คดีเมื่อปี 2559 นักข่าวก็ไปถาม ร้อยเอก ธรรมนัส ที่เคยยอมรับว่ารู้จัก เบน สมิธ แต่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่เกี่ยว เพราะคดีเกิดตั้งแต่ยังไม่รู้จักกัน
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันว่า คดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ยังไม่รู้จัก เบน สมิธ และยืนยันว่า ผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้เกี่ยวอะไร
ขณะที่เมื่อวาน (2 ก.พ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ใครทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดี ไม่มีการละเว้น ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร และไม่แคร์ว่าจะเกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองหรือไม่
เพราะความเดือดร้อนประชาชน สำคัญกว่าการจัดตั้งรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องไปเกรงใจนักการเมือง หรือ ผู้มีอิทธิพล
ด้าน นายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ชื่นชมสอบสวนกลางที่ดำเนินการเรื่องนี้จนนำไปสู่การออกหมายจับ เบน สมิธ และภรรยา เพราะไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่คดีสำคัญใหญ่ ๆ ยังเป็นเรื่องน่ากังวลว่าจะจบลงอย่างไร เพราะคดีหลักอย่างแพลตฟอร์ม ฮุยวัน เปย์ กลุ่มบริษัททางการเงินของกัมพูชาที่เกี่ยวกับการฟอกเงิน กลับแทบไม่เห็นความคืบหน้าใด ๆ อย่างเป็นรูปธรรม
ส่วน นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ทวงถามความคืบหน้า 10 รายชื่อนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ ว่ามีใครบ้าง เรียกร้องให้ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงความคืบหน้า หรือว่าทุกอย่างจบไปพร้อมกับการเลือกตั้ง