ห้องข่าวภาคเที่ยง - ที่สุพรรณบุรี หญิงคนหนึ่งถูกพาส่งโรงพยาบาล โดยชายคนสนิท ที่อ้างว่าหญิงคนดังกล่าวกินยาฆ่าตัวตาย แต่สุดท้ายกลายเป็นคดีฆาตกรรม
ย้อนไปเมื่อคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หญิงอายุ 49 ปี ถูกนายก้อยเพื่อนชายคนสนิท นำตัวส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช โดยได้แจ้งกับทางโรงพยาบาลและญาติว่า หญิงอายุ 49 ปี ได้กินยาฆ่าตัวตาย ก่อนที่หญิงคนดังกล่าวจะได้รับการรักษา แต่สุดท้ายเสียชีวิตเมื่อวานนี้
แต่ น้องสาวของผู้เสียชีวิตพบว่า ที่ปากของผู้เสียชีวิตมีเลือดออก และแพทย์ที่ให้การรักษาบอกว่า ผู้เสียชีวิตหยุดหายใจประมาณ 30 นาที ซึ่งส่งผลให้สมองตายไปก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว ทำให้เกิดความสงสัย และได้มีการสอบถามนายต้อย ซึ่งได้รับคำตอบอ้างว่า ที่มีเลือดออกจากปาก มาจากตอนที่ผู้เสียชีวิตกินยาฆ่าตัวตาย ได้พยายามล้วงเอายาออกมาจากปากผู้เสียชีวิต ทำให้มีบาดแผล
แต่น้องสาวและลูก ๆของผู้เสียชีวิตไม่เชื่อ จึงกลับบ้านไปเข้ารหัสโทรศัพท์มือถือ เพื่อดูภาพจากกล้องวงจรปิดทำให้ทราบว่า ผู้เสียชีวิตถูกทำร้ายร่างกาย
น้องสาวผู้เสียชีวิตยังบอกอีกว่า หลังจากนั้นในวันที่ 1 มีนาคม ตำรวจได้มีการจับกุมนายก้อย ในข้อหามีอาวุธปืนในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ปรากฎว่าได้รับการประกันตัวออกไป ทำให้ครอบครัวเกิดความคาใจ ว่าทำไมตำรวจไม่ดำเนินคดีตามหลักฐานที่มีการมอบให้
ซึ่งผลชันสูตรเบื้องต้นจากสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ได้สันนิษฐานสาเหตุการตาย เกิดจากกะโหลกศรีษะแตกร้าว สมองฟกช้ำ ส่วนประเด็นเรื่องสารพิษในร่างกาย ต้องรอผลการผ่าร่างกายจากนิติเวช อย่างละเอียดอีกครั้ง
กระทั่งเมื่อวานนี้ ตำรวจได้ขอศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ออกหมายจับนายก้อย และตามไปจับตัวได้ที่ อำเภอสองพี่น้อง จากนั้นนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายในหลายข้อหา ตอนนี้ยังคุมตัวสอบสวนที่โรงพัก เพราะผู้ต้องหายังปฎิเสธ ตลอดข้อกล่าวหา