สนามข่าว 7 สี - ตำรวจบุกจับกุม "เว็บฯ พนันออนไลน์" กลางกรุงเทพมหานคร หลังมีลูกบ้านคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งแจ้งเบาะแสว่า พบชาวเวียดนามจำนวนมาก ตั้งสำนักงานอยู่ที่ชั้น 1 ในคอนโดฯ หรู ย่านพระราม 9 บุกค้นเจอเป็นฐานเปิด "เว็บฯ พนันออนไลน์"
บุกฐานเว็บฯ พนัน จับชาวเวียดนามเกือบร้อยคน
งานนี้ชุดสืบสวนเอง ยอมรับว่าสืบไม่ง่ายเหมือนกัน เพราะมิจฉาชีพตั้งฐานปฏิบัติการเป็นสำนักงาน เปิดอยู่ที่ชั้น 1 ภายในคอนโดฯ หรู ย่านพระราม 9 เขตห้วยขวาง ประตูทางเข้า ปิดมิดชิด มีคนเฝ้าประตูตลอด 24 ชั่วโมง แต่ละวันจะมีคนเข้า-ออก เป็นชาวต่างชาติล้วน ๆ กะ ๆ หนึ่ง ไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมง หมุนเวียนกันตลอดเวลา ใครจะเข้า จะออก มีกฎระเบียบเข้มงวด ขนาดแม่บ้านจะเข้าทำความสะอาด ยังอนุญาตให้เข้าไปได้แค่ล็อบบี้ด้านหน้าเท่านั้น
ส่วนผลการตรวจค้น เบื้องต้นพบว่าชาวเวียดนาม 94 คน เจอของกลางคอมพิวเตอร์ และโน้ตบุ๊ก ไม่ต่ำกว่า 50 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ ทั้งที่ใช้งานอยู่ และยังไม่เปิดใช้งานอีกไม่ต่ำกว่า 300 เครื่อง ส่วนคอมพิวเตอร์ที่เปิดหน้าจออยู่ พบเปิดเป็นเว็บฯ พนันออนไลน์
หนึ่งในพนักงานให้ข้อมูลผ่านล่าม ยืนยันว่าต้องการทำงานถูกกฎหมาย ไม่คิดว่าจะถูกหลอกมาทำงานเว็บฯ พนันแบบนี้
มีลูกบ้านให้ข้อมูล บอกว่า กลางปีที่แล้ว ก็มีชาวต่างชาติมาทำงานที่สำนักงานแห่งนี้ เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ หลายสิบคน ลูกบ้านก็พยายามร้องเรียน จนทำให้ชาวต่างชาติกลุ่มดังกล่าวอยู่ได้ประมาณ 1-2 เดือน ก็ย้ายออกไป ปล่อยเว้นว่างไว้ไม่กี่เดือน ช่วงก่อนปีใหม่กลุ่มคนเวียดนามกลุ่มนี้ก็ย้ายเข้ามาที่สำนักงานอีก
ขณะที่ ตำรวจพบข้อมูลว่าสำนักงานแห่งนี้ เดิมเป็นของบริษัทเอกชนรายใหญ่ ที่เช่าพื้นที่ส่วนกลางของคอนโดฯ หลายแห่งไว้ปล่อยเช่า ซึ่งจะต้องเรียกมาชี้แจงด้วย ว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับผู้ต้องหากลุ่มนี้
สั่งขยายผล เลขาฯ นายก อบจ.พัวพันสแกมเมอร์
ส่วนคดีจับกุม เลขานุการนายก อบจ.สมุทรปราการ พัวพันกับสแกมเมอร์ เพราะมีเส้นทางการเงินไหลเข้าไปในบัญชี ตำรวจไซเบอร์ ได้สรุปผลการตรวจค้น 5 จุด เพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายนี้ ซึ่งแม้ผู้ต้องหาจะให้การยืนยัน ว่าตัวเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่จากหลักฐาน พบว่าแก๊งสแกมเมอร์ ไม่ได้ส่งต่อเงินผ่านบัญชีนี้แค่ครั้งเดียว แต่ยังพัวพันอีกหลายคดี ซึ่งก็ยังต้องขยายผลต่อไปว่า ยังมีใครที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินนี้อีกบ้าง
ตำรวจยังฝากเตือนภัย ว่าช่วงระยะหลังมานี้ มีคดีที่เกี่ยวกับการหลอกลวงทำงาน หรือทำกิจกรรมออนไลน์ มากกว่ารูปแบบการหลอกชักชวนให้นำเงินมาลงทุน
โดย มิจฉาชีพจะหลอกว่า มีงานรายได้ดี สามารถทำงานได้ที่บ้าน แต่ผู้สมัครงานจะต้อง เข้ารับการอบรม เพื่อรับคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์กลับไปทำงาน ส่วนสถานที่ก็จะเป็นจังหวัดตามแนวชายแดนหรือให้มาที่กรุงเทพฯ แล้วจะมีคนพาเดินทางไปอีกที เป้าหมายคือหลอกเอาเงิน หรือ หลอกเอาบัญชีธนาคารของเหยื่อ ไปใช้ก่อคดี จนกลายเป็นบัญชีตาย ถึงยอมปล่อยตัวเป็นอิสระ