(6 มี.ค.69) พล.ต.ต.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ พร้อม พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ สมกิจศิริ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ (รับผิดชอบงานยาเสพติด) , พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ ได้แถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดตามนโยบาย “ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด” ที่หอประชุมชัยจินดา กองกำกับการภูธรเมืองบุรีรัมย์
ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ ได้สนธิกำลังร่วมกับชุดปราบปรามยาเสพติด ตชด.215 , ตชด.216 , ทหาร และฝ่ายปกครอง ออกระดมกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติดอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง ไม่ถึงสัปดาห์สามารถจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดได้ 13 คดี ผู้ต้องหา 14 คน ยึดของกลางยาบ้า 101,519 เม็ด อาวุธปืน 2 กระบอก กระสุนปืนอีก 10 นัดที่ผู้ต้องหาค้ายาซุกซ่อนใต้เบาะรถยนต์ และรถจยย. ขณะขนยาบ้าส่งให้กับเครือข่าย
โดยได้ทำการตรวจยึดทรัพย์เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เป็นรถยนต์ 1 คัน และรถจยย. 1 คัน รวมมูลค่า 760,000 บาท
โดยแก๊งค้ายาเสพติดดังกล่าวที่ถูกจับกุม ไม่สนว่าช่วงนี้จะมีผลกระทบกระทบจากภัยสงครามตะวันออกกลางกันทั่วโลก ทั้งเรื่องราคาน้ำมันและข้าวของที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อการดำรงชีวิตในแต่ละวัน แต่แก๊งดังกล่าวก็ยังมีการลักลอบขนยาบ้าส่งเครือข่ายข้ามจังหวัด แต่สุดท้ายก็ไม่รอดสายตาเจ้าหน้าที่ถูกติดตามสกัดจับได้พร้อมของกลาง
โดยผู้ต้องหาทั้ง 14 คน ถูกแจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจาหน่าย อันเป็นการกระทาเพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทาที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนายทะเบียน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย”
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นนโยบายปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรภาค 3 ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานร่วมกันหลายฝ่าย ในการออกสืบสวนหาข่าวและติดตามจับกุมอย่างเข้มข้น ทั้งได้มีการขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้หลายคน ยึดของกลางได้มากกว่า 100,000 เม็ด
โดยยาเสพติดดังกล่าวจะลักลอบขนมาจากโซนอีสานเหนือผ่านพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อส่งไปยังจังหวัดชั้นใน ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ก็ได้กำชับให้ใช้ความระมัดระวังและรอบคอบ เพราะผู้ต้องหาบางรายอาจจะมีอาวุธปืน โดยเน้นย้ำให้ชุดที่ออกปฏิบัติหน้าที่สวมใส่เสื้อเกราะกันกระสุนเพื่อความปลอดภัยด้วย ซึ่งก็จะมีการออกระดมกวาดล้างจับกุมต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ค้าผู้เสพยาเสพติดลดลงหรือหมดไป