7 มี.ค. 69 เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุตำรวจภูธรจังหวัดตราด ได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีหญิงชาวกัมพูชาลักลอบเปิดร้านเสริมสวยภายในบ้านเช่า บริเวณซอยตาแชร์ หมู่ 1 ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองตราด เข้าตรวจสอบ
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านเช่าสองชั้น พบว่าบริเวณชั้นล่างของบ้านถูกดัดแปลงเป็นลักษณะร้านเสริมสวย มีเก้าอี้นั่ง กระจก ไดร์เป่าผม เครื่องอบผม กรรไกรตัดผม และผ้าขนหนู วางอุปกรณ์ครบเหมือนร้านเสริมสวยทั่วไป จากการตรวจสอบพบผู้เช่าบ้านคือ น.ส.รุน อายุ 58 ปี ชาวกัมพูชา โดยเจ้าตัวยอมรับว่าอุปกรณ์ทำผมทั้งหมดเป็นของตนเอง เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว ก่อนพบว่าพาสปอร์ตหมดอายุตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 หรือกว่า 14 ปีแล้ว
จากการสอบถาม น.ส.รุน ให้การว่า เดินทางเข้ามาอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 และได้สร้างครอบครัวอยู่ในไทย มีลูก 2 คน ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้ต่อพาสปอร์ต เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทำให้ไม่ได้ไปดำเนินการต่ออายุเอกสารตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 ส่วนร้านเสริมสวยดังกล่าว อุปกรณ์เป็นของลูกที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ตนจึงนำมาใช้เปิดให้บริการภายในบ้าน โดยมีลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชา มาใช้บริการทำเล็บ สระไดร์ และตัดผมเป็นประจำ
ด้าน เพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนในซอยและเพื่อนของน.ส.รุน มักมาใช้บริการสระผมและตัดผม คาดว่าเปิดร้านมาเกือบ 1 ปีแล้ว แต่จะเปิด ๆ ปิด ๆ ไม่ได้เปิดทุกวัน โดยน.ส.รุน อาศัยอยู่เพียงลำพัง ส่วนลูกชายจะนาน ๆ มาหาแม่ครั้ง
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว น.ส.รุน ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองตราด พร้อมลงบันทึกประจำวัน ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมดำเนินการผลักดันกลับประเทศต่อไป