แม่-พี่สาว ร้องสายไหมต้องรอด สาววัย 23 ปี ขี่รถล้มหมดสติริมถนน กู้ภัยคิดว่าเมานำตัวส่งตำรวจ เสียชีวิตคาโรงพัก ผ่านมาเป็นปีเรื่องยังเงียบ
วันนี้ (8 มี.ค. 69) เวลา 10.30 น. ที่ผ่านมา ศูนย์รับเรื่องเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กทม. ญาติซึ่งเป็นแม่และพี่สาวของ น.ส.วริศรา อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิต ได้เข้ายื่นคำร้องขอความเป็นธรรม หลังเกิดประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มบนถนนลาดพร้าว ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 20 ก.พ. 68 แต่กู้ภัยกลับนำตัวส่งสถานีตำรวจ แทนที่จะนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งต่อมาผู้บาดเจ็บเกิดอาการชักและเสียชีวิตในเวลาต่อมาคาสถานีตำรวจ
ญาติของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า น.ส.วริศรา ทำงานอยู่ที่ร้านอาหารย่านสุขุมวิท และกำลังเดินทางกลับที่พักย่านลาดพร้าวด้วยรถจักรยานยนต์ ระหว่างทางเกิดฝนตกหนัก ส่งผลให้ถนนลื่น และรถเสียหลักล้มบริเวณใกล้ซอยลาดพร้าว 48 ภายหลังเกิดเหตุ มีกู้ภัยเข้าให้ความช่วยเหลือ แต่ประเมินว่าไม่มีบาดแผลรุนแรง มีเพียงรอยถลอกและใบหน้าบวม จึงได้นำตัวส่งสถานีตำรวจ
ต่อมาเวลาประมาณ 03.00 น. ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวไปยังสถานีตำรวจและพักอยู่ในบริเวณดังกล่าว เวลาประมาณ 05.00 น. ผู้ป่วยเกิดอาการชัก ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานงานกับหน่วยกู้ภัยเพื่อขอรับการสนับสนุนในการช่วยเหลือ ก่อนที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตในเวลาประมาณ 06.00 น. ภายหลังจากการนำส่งโรงพยาบาล แพทย์ได้ทำการวินิจฉัยและระบุว่า ตรวจพบอาการบาดเจ็บภายในที่รุนแรง โดยมีกระดูกซี่โครงหักหลายซี่และปอดฉีกขาด ซึ่งสันนิษฐานว่าเกิดจากการกระแทกอย่างรุนแรงจากอุบัติเหตุ
นางสมาภร์ อายุ 52 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต บอกทั้งน้ำตาว่า มีข้อสงสัยเกี่ยวกับสาเหตุที่เจ้าหน้าที่มิได้เร่งนำลูกสาวส่งโรงพยาบาลตั้งแต่แรกเริ่ม เนื่องจากหากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจมีโอกาสรอดชีวิตได้ ตนมีความประสงค์ที่จะทราบข้อเท็จจริง และไม่ต้องการให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวอื่นอีก
ด้าน น.ส.นันทิชา อายุ 27 ปี พี่สาวของผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ภายหลังจากการจัดพิธีศพ ตนได้พยายามติดตามข้อมูลและพบข้อพิรุธหลายประการ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการประเมินอาการผู้บาดเจ็บ การนำตัวผู้บาดเจ็บไปยังสถานีตำรวจแทนโรงพยาบาล รวมถึงกรณีโทรศัพท์มือถือของน้องสาวสูญหาย และถูกนำมาคืนในภายหลัง
นอกจากนี้ นายณัฐภัทร อายุ 23 ปี แฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต บอกว่า ในคืนเกิดเหตุ ตนและแฟนได้เดินทางกลับจากที่ทำงานพร้อมกัน และได้แยกกันในช่วงที่ฝนตกหนัก โดยตนได้เดินทางถึงที่พักก่อนและรออยู่ แต่แฟนสาวยังไม่มาถึง จึงได้พยายามติดต่อทางโทรศัพท์หลายครั้ง แต่ไม่ได้รับการตอบรับ จนกระทั่งรุ่งเช้าจึงได้รับแจ้งข่าวการเสียชีวิตของแฟนสาว
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ดำเนินการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่คดีดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้าเป็นระยะเวลาเกือบ 1 ปี จึงได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกระบวนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำรอยในอนาคต
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ในจุดเกิดเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ซึ่งแม้ภายนอกอาจดูไม่รุนแรง แต่ภายในอาจมีการบาดเจ็บสาหัสได้ ดังนั้นจึงควรนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยก่อนเสมอ ทั้งนี้ทางเพจเตรียมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และติดตามคดีเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตต่อไป