สาวถูกคุมคาม ข่มขู่ให้ยอมความหลังแจ้งตำรวจ อ้างรู้จักนักการเมืองใหญ่โต

สาวถูกคุมคาม ข่มขู่ให้ยอมความหลังแจ้งตำรวจ อ้างรู้จักนักการเมืองใหญ่โต

View icon 19
วันที่ 3 มิ.ย. 2569 | 11.25 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สาว 20 ปี ร้องสายไหมต้องรอด ถูกเพื่อนชายคุกคามทางเพศผ่านแชต ก่อนนัดเคลียร์ปัญหา แต่ถูกพาพวกรุมทำร้ายใช้อาวุธข่มขู่ ครอบครัว ยัน ! ไม่ยอมความ หลังคู่กรณีจะอ้างว่ารู้จักนักการเมือง และคนใหญ่ คนโต

วันนี้ (3 มิ.ย.69) นางยุพิน อายุ 37 ปี พานางสาวสุพิชญา อายุ 20 ปี ลูกสาว เข้าร้องเรียนนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ โดยอ้างว่า ลูกสาวถูกเพื่อนชายรายหนึ่งมีพฤติกรรมคุกคามทางออนไลน์ ผ่านการส่งข้อความติดต่อเข้ามาพูดคุยในลักษณะไม่เหมาะสม พร้อมทั้งขอให้มีการกระทำอนาจารผ่านวิดีโอคอล แต่เมื่อแฟนหนุ่มของลูกสาวทราบเรื่อง และเข้าไปตักเตือน กลับทำให้ชายคู่กรณีเกิดความไม่พอใจ จนนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งที่บานปลายในเวลาต่อมา

ต่อมาชายคนดังกล่าวได้รวมกลุ่มพวกพ้อง เดินทางมาหาแฟนหนุ่มของหญิงสาว เกิดเหตุทะเลาะวิวาทและรุมทำร้ายร่างกาย อีกทั้งยังมีการนำอาวุธปืนออกมาข่มขู่ จนผู้เสียหายและครอบครัว เกิดความหวาดกลัว หวั่นจะไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงตัดสินใจเข้าร้องขอความช่วยเหลือ เพื่อให้ช่วยติดตามความคืบหน้าของเรื่องดังกล่าว พร้อมเรียกร้องความเป็นธรรม และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามกฎหมาย

โดย น.ส.สุพิชญา ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับนายโต้ง อายุ 20 ปี คู่กรณี ตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ยืนยันว่าที่ผ่านมานายโต้งไม่เคยมีพฤติกรรมในลักษณะอนาจารมาก่อน แต่เท่าที่ทราบ สมาชิกในครอบครัวของนายโต้งส่วนใหญ่มีพฤติกรรมค่อนข้างรุนแรงอยู่แล้ว กระทั่งวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 01.00 น. นายโต้ได้ส่งข้อความมาพูดคุยในลักษณะไม่เหมาะสม มีพฤติกรรมคุกคาม และขอวิดีโอคอลเพื่อช่วยตัวเอง ซึ่งในขณะนั้นตนพยายามปฏิเสธมาโดยตลอด ขณะที่นายบัญวัฒน์ แฟนหนุ่มของตนทราบเรื่อง จึงได้วิดีโอคอลไปตักเตือนนายโต้ง แต่กลับทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ก่อนจะมีการท้าทายกัน และนัดเคลียร์ปัญหาบริเวณปากซอยโชคชัย 4 ซอย 22 ในเวลาประมาณ 04.00 น. โดยในตอนนั้นตน และแฟนหนุ่มไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าเป็นเพียงการพูดคุยเคลียร์ปัญหาแบบตัวต่อตัว แต่เมื่อเดินทางไปถึงจุดนัดหมาย กลับพบว่าฝั่งนายโต้เดินทางมาพร้อม น.ส.วิภา ผู้เป็นมารดา และนายสมบูรณ์ ซึ่งเป็นแฟนใหม่ของมารดา รวมทั้งหมด 3 คน โดยขี่รถจักรยานยนต์มา 2 คัน

จากนั้น น.ส.วิภา ได้ถืออาวุธมีดเดินเข้ามาหาแฟนหนุ่มของตน พร้อมพูดในลักษณะว่า “มึงมีอะไรกับลูกกูเหรอ” ก่อนที่นายสมบูรณ์ จะใช้อาวุธปืนจ่อบริเวณศีรษะของแฟนหนุ่มตน ต่อมานายโต้ได้ชกเข้าที่ใบหน้าแฟนหนุ่ม ก่อนที่นายโต้ และนายสมบูรณ์จะร่วมกันรุมทำร้ายร่างกายหลายครั้ง ขณะที่ตนพยายามวิ่งเข้าไปห้าม แต่กลับถูกคู่กรณีหันมาทำร้ายร่างกายเช่นกัน โดยมีการนำอาวุธปืนมาจ่อบริเวณใบหน้า พร้อมพูดว่า “มึงออกไปก่อน มึงไม่เกี่ยว” แต่ตนเป็นห่วงแฟน จึงไม่ยอมถอย ทำให้ถูกเตะ ทำร้ายร่างกาย กระทั่งมีพลเมืองดี และชาวบ้านเข้ามาช่วยเหลือ ฝ่ายผู้ก่อเหตุจึงขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

และก่อนหลบหนี นายโต้ยังได้หันมาพูดข่มขู่ว่า “เจอครั้งหน้ากูยิงหน้า” พร้อมกำชับว่า “อย่าบอกตำรวจ” ก่อนขี่รถออกไป หลังเกิดเหตุ ตนได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.โชคชัยทันที แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเรียกสอบปากคำเพิ่มเติมจากฝ่ายคู่กรณีแต่อย่างใด และรู้ข้อมูลว่า ครอบครัวนายโต้ มีพฤติกรรมค่อนข้างใช้ความรุนแรง แต่จะเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ ตนไม่ทราบข้อเท็จจริง

ด้านนางยุพิน เผยเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้ตามความคืบหน้าทางคดีที่ สน.โชคชัย และมีชายอ้างว่าเป็นตาของนายโต้ กำลังพูดคุยกับพนักงานสอบสวน โดยพูดในลักษณะว่าอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นเพียงปืนปลอม พร้อมทั้งอ้างว่ารู้จักบุคคลสำคัญหลายคน ทั้งนักการเมืองในพื้นที่ รวมถึงนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ และสังเกตเห็นว่ามีความพยายามในการไกล่เกลี่ยคดี และพูดกับตนในทำนองว่า “จบ ๆ ไปเถอะ” ตนจึงกังวลต่อความเป็นธรรมในกระบวนการดำเนินคดีเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจาไกล่เกลี่ยหรือยอมความ และจะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุดตามกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง