ซ้ำรอยคอนโดฯ! หญิงคนเดิมย้ายมาเช้าบ้านที่เกาะเกร็ด เลี้ยงสุนัขกว่า 30 ตัว ชาวบ้านรวมตัวร้องอำเภอ- ขับถ่ายกองเต็มหน้าบ้านกลิ่นเหม็นคลุ้ง-เห่าทั้งวันทั้งคืน
ค่ำวานนี้ ( 8 มี.ค.69) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในตำบลเกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กว่า 10 หลังคาเรือน ว่าพวกเขาได้รับความเดือดร้อนรำคาญ จากเพื่อนบ้านที่นำสุนัขกว่า 30 ตัว เข้ามาเลี้ยงในบ้านเช่า บริเวณใกล้เคียงวัดเสาธงทอง ซึ่งเป็นพื้นที่ติดริมถนน โดยสุนัขขับถ่ายไว้กองเต็มหน้าบ้าน ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว รวมถึงมีเสียงสุนัขเห่าดังรบกวนตลอดทั้งวันทั้งคืน
จากการตรวจสอบพบว่าบ้านหลังดังกล่าวถูกทำรั้วและตาข่ายล้อมรอบพื้นที่อย่างมิดชิด นำผ้าใบสีน้ำเงินมากั้นรอบบ้านไม่ให้บุคคลภายนอกมองเห็นภายใน ส่วนบริเวณใต้ถุนบ้าน มีการเลี้ยงสุนัขกว่า 30 ตัว ขณะที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ยังได้กลิ่นเหม็นรุนแรงโชยออกมาจากตัวบ้าน อีกทั้งยังได้ยินเสียงสุนัขเห่าดังเป็นระยะ
สำหรับผู้เลี้ยงสุนัข คือ นางศุภพิชญ์ (นามสมมุติ) ซึ่งเคยตกเป็นข่าวก่อนหน้านี้กรณีเพาะเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานเกือบ 100 ตัว โดยใช้พื้นที่ส่วนกลางของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จนผู้พักอาศัยในคอนโดฯ ต้องรวมตัวกันร้องเรียนต่อเทศบาลมาแล้ว
ด้าน คุณยายวิไล อายุ 82 ปี เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน เปิดเผยว่า ตนได้รับความเดือดร้อนจากบ้านหลังดังกล่าวมานานกว่า 2 เดือนแล้ว นับตั้งแต่เจ้าของสุนัขย้ายมาเช่าบ้าน ตอนแรกบอกว่าจะมาอยู่ประมาณ 1 เดือนแล้วจะย้ายออก แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังคงอาศัยอยู่ โดยไม่ได้คำนึงถึงความเดือดร้อนของเพื่อนบ้าน และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในเกาะเกร็ด
คุณยายวิไล กล่าวต่อว่า บ้านของยายอยู่ติดกับบ้านหลังดังกล่าว ทำให้กลิ่นมูลสุนัขลอยเข้ามาภายในบ้านตลอดเวลา แม้อยู่ภายในบ้านก็ยังได้กลิ่น อีกทั้งยังมีปัญหาเสียงสุนัขเห่า จนไม่ได้หลับไม่ได้นอน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้าน หากไม่ได้รับการแก้ไข อาจต้องขายบ้านย้ายออก”
ขณะที่ นางสมัคร ทองพูน หรือ ป้าแจ๊ว อายุ 71 ปี เพื่อนบ้านอีกคน กล่าวว่า ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเช่นกัน จากกลิ่นของมูลสัตว์และเสียงเห่าของสุนัข ที่ผ่านมา ชาวบ้านพยายามพูดคุยกับเจ้าของสุนัขหลายครั้ง แต่เจ้าตัวมักหลบหน้าหลบตาไม่ออกมาพูดคุย นอกจากนี้ยังพบว่ามีการนำสุนัขเข้ามาเพิ่ม
ป้าแจ๊วยัง กล่าวอีกว่า ชาวบ้านกังวลเรื่องภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเกาะเกร็ด เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวเดินผ่านจำนวนมาก ซึ่งหลายคนก็ร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็น นอกจากนี้เคยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวไปที่โรงพักเพื่อทำบันทึกว่าจะย้ายออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 3 มี.ค.69 แต่เจ้าของสุนัขก็ไม่ยอมเซ็นเอกสารใด ๆ
ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ได้พบกับนางศุภพิชญ์ เจ้าของสุนัข โดยนางศุภพิชญ์กล่าวเพียงว่า ไม่ขอให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน โดยระบุว่าไม่ได้ขายสุนัข เพียงเลี้ยงไว้เท่านั้น และหากมีการนำเสนอข่าวผิดพลาดจะดำเนินการฟ้องร้องทั้งหมด สุนัขบางส่วนเป็นลูกสุนัข เพิ่งคลอด หากไม่แยกออกมาจากพื้นที่เดิม สุนัขอาจกัดกันจนตาย ที่ผ่านมาตนเคยเลี้ยงสุนัขจรจัดไว้ประมาณ 100 ตัว และช่วงที่เกิดน้ำท่วมก็ต้องนำสุนัขไปฝากเลี้ยงตามที่ต่าง ๆ แต่เมื่อสุนัขตั้งท้องก็ไม่มีใครรับผิดชอบ
เบื้องต้นทางด้านนายกนต์ธร ศรีชุมจันทร์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทนนายอำเภอปากเกร็ด ร่วมกับ อบต.เกาะเกร็ด ลงพื้นที่เข้าไปเจรจาไกล่เกลี่ย โดยเจ้าของบ้านเช่าได้แจ้งผู้เช่าให้ย้ายออกภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ผู้เช่าที่เลี้ยงสุนัขได้ขอเวลาในการขนย้ายเนื่องจากมีจำนวนสุนัขมาก คาดว่าจะสามารถขนย้ายสุนัขแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้