ลุยขยายผล ! บุกทลายโรงงานเถื่อน ลักลอบเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์

ลุยขยายผล ! บุกทลายโรงงานเถื่อน ลักลอบเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์

วันที่ 20 พ.ค. 2569 | 10.23 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ลุยขยายผล จากเหตุไฟไหม้รถแบตลิเธียมบางปะกง ทลายโรงงานเถื่อนกลางสมุทรสาคร ลักลอบประกอบกิจการของเสียอันตราย โดยไม่ได้รับอนุญาต ยึดของกลางเกือบ 100 ลูกบาศก์เมตร พร้อมผู้ต้องหา 1 คน

วันนี้ ( 20 พ.ค. 69 ) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) จับกุม น.ส.ชญภัค อายุ 42 ปี  เป็น 1 ในกรรมการของนิติบุคคลโรงงานแห่งหนึ่ง โดยจับกุมได้พร้อมของกลาง เศษของเสียอิเล็กทรอนิกส์ ,กากตะกอน ,เศษของเสียอิเล็กทรอนิกส์บรรจุในถุงบิ๊กแบ็ค ,แผ่นโซลาร์เซลล์  โดยจับกุมได้ที่โรงงานแห่งหนึ่ง พื้นที่ หมู่ 6 ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

สืบเนื่องจากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุกหกล้อ ที่ขนแบตเตอรี่ลิเธียม บริเวณถนนเทพรัตน์ (บางนา–ตราด) ในพื้นที่ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา สร้างความสนใจ และความกังวล ให้แก่สังคมเกี่ยวกับการจัดการของเสียอันตราย ที่ไม่ถูกต้องภายหลังเกิดเหตุ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้สั่งการให้ บก.ปทส. เร่งสืบสวนสอบสวนเชิงลึก ตรวจสอบเส้นทางการขนส่ง ที่มาของของเสียอันตราย และเครือข่ายผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งกวาดล้าง การลักลอบประกอบกิจการเกี่ยวกับของเสียอันตรายในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ

ซึ่งจากการสอบปากคำ ผู้ขับขี่ และผู้รับงานขนส่ง ตลอดจนตรวจสอบภาพถ่าย และพิกัดสถานที่ที่เกี่ยวข้อง ทำให้ได้เบาะแส และข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ต้องสงสัย ว่ามีการลักลอบประกอบกิจการคัดแยก รวบรวม และจัดเก็บของเสียอันตรายในเชิงพาณิชย์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ในเขตตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.2 บก.ปทส. จึงสืบสวนหาข่าว รวบรวมพยานหลักฐาน และประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จนนำมาสู่การขอหมายค้น ศาลจังหวัดสมุทรสาคร เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย

ผลการตรวจค้น ไม่พบวัตถุพยานที่เชื่อมโยงโดยตรงกับเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุก แต่ได้พบการประกอบกิจการคัดแยก รวบรวม และจัดเก็บของเสียอันตรายในเชิงพาณิชย์เป็นจำนวนมาก จัดเป็นการประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 ในส่วนที่ไม่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยของกลางที่ตรวจพบเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

ขณะตรวจค้น พบผู้ต้องหาหญิงไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการของนิติบุคคลผู้ครอบครองพื้นที่ดังกล่าว ทำหน้าที่ดูแลและรับผิดชอบกิจการในส่วนที่กระทำผิด เป็นความผิดซึ่งหน้าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงได้ทำการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา แต่ปฏิเสธไม่ทราบเกี่ยวกับแบตเตอรี่ลิเธียม ที่ปรากฎตามข่าวแต่อย่างใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง