สหรัฐฯ และอิสราเอลเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีอิหร่านหนักขึ้นอีก เช่นเดียวกับที่อิหร่านยังคงยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีอิสราเอล และฐานปฏิบัติการสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วง ซึ่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และชาวอิหร่านในพื้นที่ต่างระบุตรงกันว่าเป็นปฏิบัติการทางอากาศที่รุนแรงที่สุดในสงครามครั้งนี้ แม้ว่าตลาดโลกจะคาดการณ์ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จะพยายามยุติความขัดแย้งในเร็ววันก็ตาม
ขณะที่ สภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่าน (Iranian Red Crescent Society) เปิดเผยภาพขณะเจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินกำลังเข้าปฏิบัติการค้นหาใต้ซากปรักพักพังจากอาคารในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติเปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกของปฏิบัติการโจมตี สหรัฐฯ และอิสราเอลทำลายพื้นที่ของพลเรือนไปแล้วเกือบ 10,000 จุด รวมทั้งโรงเรียนและสถาบันการศึกษา 65 แห่ง และบ้านเรือนเกือบ 8,000 หลัง และมีพลเรือนเสียชีวิตมากกว่า 1,300 คน
ด้านโฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐฯ กล่าวว่า ขณะนี้กองทัพสหรัฐฯ กำลังมุ่งเป้าไปที่การทำลายโรงงานผลิตขีปนาวุธของอิหร่าน โดยเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 ได้ทิ้งระเบิดเจาะเกราะหนัก 2,000 ปอนด์ หลายสิบลูก ใส่ฐานยิงขีปนาวุธที่ฝังอยู่ใต้ดินลึกในอิหร่าน เมื่อไม่นานมานี้ พร้อมอ้างว่า ขีดความสามารถในการรบของสหรัฐฯ กำลัง "มีประสิทธิภาพและเหนือกว่ามากขึ้นทุกวัน" ในขณะที่ความสามารถในการตอบโต้ของอิหร่าน "ลดลงอย่างรวดเร็ว"
ขณะเดียวกัน ที่จังหวัดเคอร์มาน (Kerman) ของอิหร่าน วานนี้ มีการเผยภาพขณะควันดำลอยคลุ้งขึ้นสู่ท้องฟ้า หลังมีรายงานว่าสนามบินท้องถิ่นแห่งหนึ่งถูกโจมตี
ส่วนพื้นที่ชานเมืองทางใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ก็ยังคงมีรายงานระเบิดเกิดขึ้น ในการสู้รบที่เข้าสู่วันที่ 12 จากการโจมตีของอิสราเอลต่อเป้าหมายกลุ่มอิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ซึ่งให้การสนับสนุนอิหร่าน ขณะที่ มีรายงานผู้เสียชีวิตในเลบานอนแล้วราว 500 คน โดยการโจมตีที่หนักหน่วงขึ้น ทำให้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สหประชาชาติประเมินว่ามีประชาชนในเลบานอนต้องอพยพหนีภัยสงครามเกือบ 7 แสนคน
ขณะที่ เมื่อคืนที่ผ่านมา กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC (Islamic Revolutionary Guard Corps) เดินหน้ายิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีอิสราเอล โดยมีเสียงไซเรนดังขึ้นหลายครั้งทั่วกรุงเทลอาวีฟ และนครเยรูซาเลม เพื่อเตือนภัยการโจมตีจากอิหร่าน อีกทั้งยังพบเห็นขีปนาวุธในท้องฟ้าเหนือเมืองเขตเวสต์แบงก์ โดยการโจมตีของอิหร่านต่ออิสราเอลจนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 12 คน
ขณะเดียวกัน อิหร่านยังโจมตีฐานทัพทหารสหรัฐฯ และสถานทูตในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน โดยกองกำลัง IRGC อ้างว่าได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพ "อัล อูเดอิด" (Al Udeid) ในกาตาร์ ซึ่งเป็นฐานทัพสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง และฐานทัพ "อัล ฮารีร์" (Al Harir) ในอิรัก หลังมีการส่งโดรนโจมตีฐานทัพอากาศ "อัล ดาฟรา" (Al Dhafra) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ และกองเรือสหรัฐฯ ในบาห์เรน
ขอบคุณภาพจาก : Iranian Red Crescent Society