ส่องเรือพาณิชย์ 3 ลำ ถูกโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซ

View icon 24
วันที่ 12 มี.ค. 2569 | 07.01 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - เรือสินค้าไทยถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ก็นับเป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุเช่นนี้กับเรือไทย ล่าสุดทางสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ก็คาดการณ์หลังจากนี้เรือขนส่งสินค้าทุกประเภทจะยุติให้บริการยังไม่ผ่านไปอีก แต่เรือที่ออกไปก่อนหน้านี้จะมีหนทางรับมืออย่างไร ก็มี 3 คำแนะนำให้ธุรกิจเดินเรือยังไปต่อได้

โดยหลังพบเรือ "มยุรี นารี" ซึ่งเป็นเรือของไทย ซึ่งแรงโจมตีทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้บนเรือ กัปตันต้องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน พร้อมสั่งอพยพลูกเรือออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยทันที และเคราะห์ยังดีที่ควบคุมเพลิงไว้ได้ และไม่พบสารเคมีรั่วไหลลงสู่ทะเล

และขณะเดียวกัน ยังมีเรือสินค้าอีก 2 ลำตกเป็นเป้าการโจมตี คือ ONE Majesty เรือบรรทุกสินค้าติดธงชาติญี่ปุ่น และ Star Gwyneth เรือบรรทุกสินค้าติดธงหมู่เกาะมาร์แชลล์ โดยทั้งสองลำเสียหายบางส่วนหลังถูกโจมตี แต่ลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย และไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

นายคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหาร สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวถึงผลกระทบหลังเกิดเหตุการณ์ เรือ "มยุรี นารี" ถูกโจมตีครั้งนี้ว่า ในส่วนของการส่งออกสินค้าจะได้รับผลกระทบทางตรง และทางอ้อม ที่เริ่มเห็นถึงความวุ่นวายต่อการส่งออกและขนย้ายสินค้า เพราะนับจากนี้เรือจะยุติการเดินเรืออย่างไม่มีกำหนด ยกเว้นเรือบางลำที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ดังนั้น สินค้าใหม่จึงจะยังขนส่งไม่ได้

โดยเฉพาะเรือที่ยังตกค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ต่ำกว่า 130 ลำ ซึ่งมีทั้งเรือที่ยังมีสินค้าอยู่และเรือเปล่า ที่ยังต้องเจอกับปัญหาภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งจากค่าประกันภัยขนส่งสินค้าทางเรือ ค่าธรรมเนียมทางศุลกากร ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนท่าเรือ และค่าขนถ่ายสินค้าทางบก ดังนั้น ผู้ส่งออกที่มีสินค้าอยู่ระหว่างขนส่งในเส้นทางอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ จึงมี 3 ทางแก้ปัญหาตู้สินค้าตกค้างกลางทะเลที่ต้องเร่งตัดสินใจ คือ

1. นำตู้สินค้าไปส่งมอบที่ท่าเรืออื่นโดยเปลี่ยนท่าเรือปลายทาง เช่น ท่าเรือ Khor Fakkan ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ท่าเรือ Jeddah ในซาอุดิอาระเบีย

2. การพิจารณานำตู้สินค้าไปพักคอย ที่ท่าเรือประเทศอื่น ๆ เช่น อินเดีย โอมาน หรือ ศรีลังกา

3. การนำตู้สินค้ากลับไทย เพื่อหยุดภาระต้นทุนที่ควบคุมไม่ได้

ด้าน นายอนาลโย กอสกุล เจ้าของเพจ Thaiarmedforce โพสต์เตือนสติบุคคลที่คิดปกป้องกลุ่มคนสังหารคนไทย โดยหยิบยกกรณีกลุ่มฮามาสสังหารคนไทย และตัวประกันชาวไทย 

ซึ่งรอบนี้ไม่ต่างกันค่อนข้างชัดว่า #อิหร่าน ยิงโจมตีเรือสินค้าของไทย คือจะเชียร์อิหร่านหรือเชียร์สหรัฐฯ หรือ อิสราเอลก็ว่าไป แต่ถ้าคนไทยถูกโจมตี หรือได้รับผลกระทบเราควรต้องมีความเห็นใจคนไทยด้วยกันเอง

ในโพสต์ยังย้ำด้วยว่า กรณีนี้คนไทยไม่ได้ทำผิดอะไร ไม่ผิดแม้แต่กฎหมายระหว่างประเทศหรือหลักการอะไรทั้งสิ้น แต่ก็ถูกโจมตีโดยสงครามที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา การจะไปตำหนิเรือของไทยว่า เดินทางผ่านน่านน้ำนั้นทำไม มันถือว่าเป็น Victim Blaming และก็แก้ตัวสารพัดให้คนที่ยิงเรือไทยทั้งที่เรือไทยเขาก็เดินเรือในน่านน้ำ UAE มาต่อที่น่านน้ำโอมาน จริง ๆ เขามีสิทธิ์เดินเรือได้ อิหร่านไม่มีสิทธิ์ห้ามเพราะไม่ได้เข้าไปน่านน้ำอิหร่าน และกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ให้สิทธิอิหร่านปิดช่องแคบด้วยซ้ำ