UNSC มีมติประณามอิหร่านต่อการโจมตีกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ขณะที่ การสู้รบยังคงดำเนินต่อไป
วานนี้ (11 มี.ค.) คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC ลงคะแนนเสียงเห็นชอบร่างมติประณามอิหร่านที่โจมตีกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ กับจอร์แดน พร้อมทั้งเรียกร้องให้อิหร่านหยุดการโจมตีดังกล่าวโดยทันที ซึ่งร่างมติดังกล่าวนำเสนอโดยกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก 135ประเทศ โดยมตินี้ได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบจากชาติสมาชิกถาวร 13 เสียง ขณะที่รัสเซีย และจีน งดออกเสียง
ขณะเดียวกัน วานนี้ มีรายงานเกิดเพลิงไหม้ขึ้นอย่างหนักบริเวณคลังน้ำมันที่ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือเมืองซาลาลาห์ (Salalah) ของโอมาน ทำให้มีเปลวไฟและกลุ่มควันขนาดใหญ่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ควันดำปกคลุมไปทั่วบริเวณ หลังถูกอิหร่านส่งโดรนโจมตีคลังน้ำมันบริเวณท่าเรือ ขณะที่ สำนักข่าวของรัฐบาลโอมานรายงานอ้างหน่วยงานป้องกันพลเรือน ระบุว่าการควบคุมเพลิง "อาจต้องใช้เวลา" โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ด้านรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานยืนยันว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ทำให้เกิดการหยุดชะงักใด ๆ ต่อความต่อเนื่องของการจัดส่งน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในประเทศ ด้านประธานาธิบดีอิหร่านได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับสุลต่านของโอมาน โดยแจ้งว่าจะทำการสืบสวนเหตุการณ์ครั้งนี้
ส่วนที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ วานนี้ มีรายงานพบโดรน 2 ลำ ตกลงในเขตพื้นที่สนามบินนานาชาติดูไบ ส่งผลให้ผู้บาดเจ็บ 4 คน เป็นชาวกานา, บังกลาเทศ และอิเดีย หลังจากนั้นยังมีรายงานโดรนอีกลำตกใส่อาคารหลังหนึ่ง แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บเพิ่มเติม
ส่วนการโจมตีชาติอื่น ๆ ในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ที่กาตาร์ วานนี้ มีรายงานยิงสกัดขีปนาวุธ 9 ลูก และโดรนอีกหลายลำจากอิหร่าน ซึ่งกาตาร์สกัดไว้ได้ทั้งหมด
ขณะที่ ในช่วงเช้ามืดวันนี้ (12 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ยังคงมีเสียงไซเรนดังสนั่นไปทั่วนครเยรูซาเลม และกรุงเทลอาวีฟ และได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอล ยังคงตอบโต้การโจมตีทางอากาศกับอิหร่านทั่วตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน มีการเผยภาพเศษซากขีปนาวุธกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ในภาคกลางของอิสราเอล ที่ตกลงมาหลังถูกยิงสกัดไว้ได้
ส่วนที่อิหร่าน วานนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยของสภาเสี้ยวเดือนแดงอิหร่านยังคงเดินหน้าปฏิบัติงานอย่างหนักในการค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่อาจติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังในกรุงเตหะราน หลังจากการโจมตีทางอากาศระลอกล่าสุดในสงครามที่ยืดเยื้อเกือบ 2 สัปดาห์ ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วประมาณ 2,000 คน
นอกจากนี้ ยังมีการเผยภาพความเสียหายของ "เชเฮล โซตุน" (Chehel Sotun Palace) ในเมืองอิสฟาฮาน (Isfahan) ของอิหร่าน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก (UNESCO) ได้รับความเสียหายจากการจากโจมตีทางอากาศ ขณะที่ ยูเนสโก เรียกร้องให้ทุกฝ่ายปกป้องแหล่งวัฒนธรรมที่โดดเด่นของภูมิภาค โดยระบุว่าแหล่งมรดกโลกของอิหร่าน 4 แห่ง จากทั้งหมด 29 แห่ง ได้รับความเสียหายตั้งแต่เริ่มสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน
ขณะเดียวกัน เลบานอนก็ยังคงถูกอิสราเอลโจมตีอย่างหนัก โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 มี.ค.) พื้นที่ชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต สว่างไสวไปด้วยแสงสีแดงและอาคารหลายแห่งที่กำลังลุกไหม้ ขณะที่ กลุ่มอิซบอลเลาะห์ระบุว่า ยังเดินหน้ายิงจรวดโจมตีพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอลเช่นกัน และเมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คน จากการโจมตีบริเวณริมชายฝั่งทะเลในเมืองหลวงของเลบานอน