ผู้นำอิสราเอลประกาศกำลัง "บดขยี้" อิหร่าน และขู่สังหารผู้นำสูงสุดคนใหม่ โดยไม่สนเงื่อนไข 3 ข้อ ของประธานาธิบดีอิหร่าน ท่ามกลางการสู้รบยังคงดำเนินต่อไป
เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ก็ไม่สนใจเงื่อนไข 3 ข้อ ที่ประธานาธิบดีอิหร่านเรียกร้องในการยุติสงคราม โดยยืนยันว่า เป้าหมายของอิสราเอล คือ ล้มล้างระบอบปกครองชั่วร้ายของอิหร่าน ซึ่งขณะนี้อิสราเอลกำลัง "บดขยี้" ระบอบอิหร่าน และไม่รับประกันเรื่องการสังหารผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน รวมทั้งผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีมาซูด เปเซซเคียน ของอิหร่าน เปิดเผยหลังการพูดคุยกับผู้นำรัสเซียและปากีสถาน โดยยื่น 3 เงื่อนไข ระบุว่า ทางเดียวที่จะยุติสงคราม คือ การยอมรับ "สิทธิอันชอบธรรม" ของอิหร่าน, ชดเชยความเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล และนานาชาติต้องรับประกันอย่างหนักแน่นว่าจะไม่มีการรุกรานอีกในอนาคต
ขณะที่ วานนี้ (12 มี.ค.) มีการเผยภาพกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในเมืองอาห์วาซ (Ahvaz) หลังการโจมตีของอิสราเอล โดยอิสราเอลและสหรัฐฯ ยังคงปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการโจมตีครั้งแรกที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้สังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และทั้งอิสราเอลและสหรัฐฯ เรียกร้องให้ชาวอิหร่านลุกขึ้นต่อต้านและโค่นล้มผู้ปกครองทางศาสนา แม้ชาวอิหร่านจำนวนมากต้องการการเปลี่ยนแปลง และบางคนถึงกับเฉลิมฉลองการเสียชีวิตของคาเมเนอี อย่างเปิดเผย แต่ในขณะที่ประเทศกำลังถูกโจมตี ก็ไม่มีสัญญาณของการประท้วงอย่างเป็นระบบ และไม่มีสัญญาณใด ๆ ที่บ่งชี้ว่าผู้ปกครองของอิหร่านจะยอมสละอำนาจ
ขณะเดียวกัน ระเบิดหลายครั้งในกรุงเบรุต ของเลบานอน ในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา (12 มี.ค.) นับเป็นการส่งสัญญาณของอิสราเอลว่าจะเป็นการโจมตีในการสู้รบระยะยาว โดยอิสราเอลเพิ่มความรุนแรงในการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ทำให้เลบานอนถูกดึงเข้าไปพัวพันกับสงครามในตะวันออกกลางมากยิ่งขึ้น ขณะที่ กองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือ IDF เผยว่า ได้โจมตี "ศูนย์บัญชาการหลายแห่ง" ที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ใช้ในการเตรียมการโจมตีอิสราเอล