“หมอวรงค์” เดินเครื่อง ขอประธานสภาฯ คนใหม่ ตัดงบอาหาร สส. -ลดจำนวน ผู้ช่วยเหลือ3 คน ชี้ งบอาหารปี 66 สูงถึง 108 ล้านบาท ขณะที่ต่างประเทศ ให้ สส. จ่ายค่าข้าวเอง
.
วันนี้ (16 มี.ค.69) นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. พรรคไทยภักดี เปิดเผยกับทีมข่าวการเมืองช่อง 7 HD ถึงข้อเสนอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ ในฐานะประธานรัฐสภา พิจารณาตัดค่าอาหารของสมาชิกรัฐสภา รวมถึงลดจำนวนผู้ช่วย สส. ลง จาก 8 คน เหลือ 3 คน ว่า เรื่องนี้เป็นข้อเสนอที่อยู่ในอำนาจการตัดสินใจของประธานสภาผู้แทนราษฎร สามารถออกเป็นระเบียบได้เลยไม่จำเป็นต้องขอความคิดเห็นหรือขอมติจากสมาชิกรัฐสภา เชื่อว่าเรื่องนี้ประชาชนเห็นด้วย และหากประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ผลักดันได้สำเร็จ ประชาชนก็จะชื่นชม แต่หากประธานสภายังนิ่งเฉยทุกอย่างก็ยังเป็นเหมือนเดิม
.
จากข้อมูลของปี 2566 จ่ายค่าอาหารของ สส. ราว108 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะมากถ้าเทียบกับจำนวน สส. 500 คน แบ่งเป็นงบของสภาผู้แทนราษฎร 72 ล้านบาท กรรมาธิการ 34 ล้านบาท และของวิป ฝ่ายค้าน ราว 1 ล้านบาทเศษ ในส่วนของกรรมาธิการและวิปฝ่ายค้าน พอเข้าใจและรับได้เพราะต้องมีการเชิญบุคคลบุคคลภายนอกเข้ามาให้ข้อมูลในการประชุมและต้องมีการดูแลเรื่องอาหาร และอาหารส่วนนี้ก็จะไปซ้ำซ้อนกับอาหารของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งจากข้อมูลของ สภาผู้แทนราษฎร หลายประเทศพบว่า ส่วนใหญ่ ให้ สส. ซื้ออาหารกินเอง หากประเทศไทยทำได้ ก็จะสามารถลดค่าอาหารของ สส. อย่างน้อย 72 ล้านบาท
.
ในส่วนของผู้ช่วยสส. ที่ผ่านมากำหนด ให้ สส. 1 คน มี ผู้เชี่ยวชาญและผู้ช่วย รวม 8 คน คนที่มีตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ เงินเดือนประมาณ 24,000 บาท ส่วน ผู้ชำนาญการและผู้ช่วยสส. เงินเดือนประมาณ 15,000 บาท และในวันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้ จะมีการปรับฐานเงินเดือนให้คนกลุ่มนี้ใหม่ ผู้ชำนาญการ และผู้ช่วย ปรับเป็น 18,000 บาท ส่วนผู้เชี่ยวชาญจะปรับขึ้นเป็น 28,000 บาท และเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลจากต่างประเทศที่มีระบอบการปกครองคล้ายกับประเทศไทย กำหนดให้มีผู้ช่วย สส. เพียงแค่สามคนเท่านั้น ดังนั้นหากลดปริมาณ ลงได้เหลือสามคนจะสามารถ ประหยัดงบประมาณได้ถึง 540 ล้านบาท
.
อีกประเด็นที่ประชาชนยังคาใจ คือ กองทุนบำนาญ สส. ซึ่งใช้เงินภาษีของประชาชนมาสมทบ ส่วนตัวมองว่าไม่แฟร์กับประชาชน
.
ดังนั้น นายแพทย์วรงค์ หวังว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ จะรับไปพิจารณา และตอนนี้เพิ่งจะเริ่มต้นสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้หากรับไปดำเนินการก็จะเป็นที่ยอมรับของประชาชน
.