ประธาน กมธ. ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ขอดูใบอนุญาตเปิดร้าน จ่อฟัน จนท.ฐาน ปล่อยปละละเลย
วันนี้ ( 16 ก.ค. 69 ) นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว จุดเกิดเหตุเพลิงไหม้เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 33 คน เพื่อรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริง รวมถึงติดตามแนวทางการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทั้งด้านชีวิตและทรัพย์สิน
พร้อมเปิดเผยว่า วันนี้ได้มาขอข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเกิดเพลิงไหม้ในวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อที่จะช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต จากการร่วมพูดคุยกับผู้อำนวยการเขตจตุจักร และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องของ กทม. ทั้งหมด ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ โดยในส่วนของเขตจตุจักรได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 2 ชุด ชุดแรกเป็นคณะกรรมการของ กทม. และอยู่ระหว่างแต่งตั้งประธานคณะกรรมการ
ส่วนอีกชุดเป็นของสำนักงานเขตจตุจักร โดยผู้อำนวยการเขตจตุจักรมอบหมายให้ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตจตุจักรเป็นประธานในการสอบข้อเท็จจริง ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากปัญหาอะไร หรือมาจากเหตุอะไรที่ทำให้ประชาชนได้รับความเสียหายในครั้งนี้
จากข้อมูลของรองกรรมาธิการที่ได้ร่วมไปสอบข้อเท็จจริงในครั้งนี้ ได้รับการยืนยันว่า โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ได้รับใบอนุญาตจาก กทม. โดยตรง เป็นใบอนุญาตประกอบอาหาร 1 ใบ และใบอนุญาตให้มีการแสดงดนตรีอีก 1 ใบ อยู่ในเขตความรับผิดชอบของ กทม. ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข ดูแลร่วมกับสำนักการโยธาของ กทม. ในการต่อใบอนุญาตเป็นแบบปีต่อปี
ส่วนประเด็นการก่อสร้างอาคาร พบว่าอาคารเดิมได้รับอนุญาตมาตั้งแต่ปี 2513 แต่เนื่องจากในเวลาต่อมามีการแยกพื้นที่จากสำนักงานเขตบางเขนเป็นสำนักงานเขตจตุจักร ทำให้ไม่สามารถค้นหาเอกสารใบอนุญาตก่อสร้างเดิมได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีหลักฐานยืนยันว่าเป็นอาคารพาณิชย์เดิมและมีบ้านเลขที่เดิม ซึ่งเป็นเหตุให้สามารถดำเนินกิจการต่อเนื่องมาได้ โดยสำนักงานเขตจตุจักรเป็นผู้ต่ออายุใบอนุญาตและเข้าตรวจสอบสถานประกอบการเป็นประจำทุกปี
สำหรับกรณีที่ชาวบ้านร้องเรียนเรื่องการเปิดเพลงเสียงดังและการเปิดให้บริการในลักษณะคล้ายสถานบันเทิง นายคงกฤษ ระบุว่า จากการสอบถามในชั้นกรรมาธิการพบว่า สถานที่ดังกล่าวได้รับอนุญาตเพียงเป็นร้านอาหารและมีการแสดงดนตรี ไม่ได้มีใบอนุญาตเป็นสถานบริการหรือสถานบันเทิง แต่สำนักงานเขตและตำรวจยืนยันว่ามีการเข้าตรวจดูแลตามรอบ คือเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ปิดไม่เกินเที่ยงคืน หลังจากเที่ยงคืนเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้เข้าตรวจ ซึ่งประเด็นนี้คณะกรรมาธิการ ตั้งข้อสังเกตว่าจะต้องให้ผู้บังคับบัญชาไปตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างละเอียด ว่ามีการตรวจตราและบันทึกการปฏิบัติงานครบถ้วนหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะติดตามการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
พร้อมเรียกร้องให้ กทม. ดำเนินการกับผู้ที่ละเลยการบังคับใช้กฎหมาย เพราะที่ผ่านมาพบว่ามีการกระทำความผิด แต่ปล่อยปละละเลยการบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เข้มงวด พร้อมกำชับให้หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะ กทม. หรือสำนักงานเขตทุกแห่ง เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายให้มากกว่านี้ ไม่ปล่อยปละละเลย
ส่วนจะต้องใช้เวลาตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐกี่วัน นายคงกฤษ ระบุว่า ในส่วนของการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้เวลาไม่เกิน 20 วันหลังจากนี้ ส่วนของสำนักงานเขตยังไม่สามารถระบุได้ จะมีการชี้แจงภายหลัง แต่มองว่าไม่น่าจะช้าเกินไป คาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 20 วันนับจากวันเกิดเหตุ
เมื่อถามว่าหากมองย้อนไปที่อาคารดังกล่าว คิดว่าเป็นร้านอาหารหรือสถานบันเทิง นายคงกฤษ ระบุว่า ในอดีตเคยมาใช้บริการสถานที่แห่งนี้เมื่อนานมาแล้ว เมื่อก่อนเป็นร้านอาหาร แต่เมื่อพิจารณาจากสภาพปัจจุบัน มีการต่อเติมดัดแปลงภายนอกอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ ฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถมาที่กรรมาธิการได้ จะประสานงานให้ โดยเฉพาะเรื่องการเยียวยา ทั้งนี้ตนทราบว่า ผอ.สำนักงานเขตจตุจักร ได้เปิดศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ และติดตามประสานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีหน้าที่ในการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้เสียหาย