อุทธรณ์ยืน ยกฟ้อง หลงจู๊สมชาย และพวก จัดเล่นพนัน-ฟอกเงิน ชี้ หลักฐานโจทก์ไม่เพียงพอ

อุทธรณ์ยืน ยกฟ้อง หลงจู๊สมชาย และพวก จัดเล่นพนัน-ฟอกเงิน ชี้ หลักฐานโจทก์ไม่เพียงพอ

View icon 41
วันที่ 16 มี.ค. 2569 | 11.54 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนยกฟ้อง หลงจู๊สมชาย กับพวก จัดเล่นพนัน-ฟอกเงิน ชี้ หลักฐานโจทก์ยังเคลือบแคลงสงสัย ยกประโยชน์ให้จำเลย

วันนี้ (16 มี.ค. 69) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 903  ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ อ1421/2564 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสมชาย หรือ หลงจู๊สมชาย ผู้กว้างขวางย่านภาคตะวันออก น.ส.จุฑามาศ, น.ส.อุไรวรรณ และ นายยุทธนากร ร่วมกันเป็นจำเลย 1-4 ความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478, พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ .2542,พ.ร.บ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

คดีนี้อัยการโจทก์ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างเดือน ก.ค. – พ.ย.63 พวกจำเลยสมคบร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันกำถั่ว ไฮโล บาคารา ไพ่ เสือ มังกร เพื่อเอาทรัพย์สินโดยผิดกฎหมาย รวมทั้งพวกจำเลยยังได้ร่วมกันสมคบฟอกเงินโดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารพาณิชย์หลายครั้งหลายหน เพื่อเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดเพื่อซุกซ่อน หรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน เหตุเกิดที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ,ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง และที่อื่นเกี่ยวพันกyo จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมายังมีข้อน่าเคลือบแคลงสงสัยหลายประการ ยังไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า พวกจำเลยได้ร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องโจทก์ พิพากษายกฟ้อง ต่อมาอัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษพวกจำเลยด้วย

โดยเช้าวันนี้จำเลยที่ 1-3 เดินทางเข้าฟังคำพิพากษาพร้อมบุคคลใกล้ชิดที่เข้าให้กำลังใจ ส่วนจำเลยที่ 4 ถูกขังอยู่ในเรือนจำ

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษากันแล้วเห็นว่า คดีนี้พยานโจทก์ไม่ได้ยืนยันว่า เห็นจำเลยที่ 1- 2 และจำเลยที่ 4 อยู่ในบ่อนการพนันในวันเวลาที่เกิดเหตุตามฟ้อง และไม่ได้พาดพิงว่าเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันดังกล่าว ส่วนข้อหาฟอกเงินนั้นพยานโจทก์ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้เช่นกัน ส่วนจำเลยที่ 3 ศาลเห็นว่ามีหลักฐานเพียงว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีของจำเลยที่ 3 เพียงครั้งเดียว ซึ่งผิดวิสัยไปจากการโอนเงินของคนร้ายที่ถ่ายเททรัพย์สินหลายครั้งเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ จากหลักฐานโจทก์ พบว่ามีการโอนเงินไปยังบัญชีของบุคคลอื่นในจำนวนที่มากกว่าที่โอนให้กับจำเลยที่ 3 แต่บุคคลดังกล่าวไม่ได้ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีนี้ด้วย พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาจึงยังน่าเคลือบแคลงสงสัยตามสมควร ไม่เพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมานั้นชอบแล้วศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืนยกฟ้อง

ภายหลังจากฟังคำพิพากษา นายสมชายและครอบครัวมีสีหน้ายิ้มแย้ม และได้เดินทางกลับทันทีโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง