DSI ยืนยันคดีที่ดินเขากระโดง ยังไม่จบ อยู่ในอำนาจ ป.ป.ช.

DSI ยืนยันคดีที่ดินเขากระโดง ยังไม่จบ อยู่ในอำนาจ ป.ป.ช.

View icon 32
วันที่ 16 มี.ค. 2569 | 13.55 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
DSI ยืนยันคดีที่ดินเขากระโดง ยังไม่จบ เป็นคดีร้องสอบเจ้าหน้าที่รัฐ จึงอยู่ในอำนาจ ป.ป.ช. พร้อมสนับสนุนภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายจาก ป.ป.ช.

ตามที่ปรากฏข่าวผ่านสื่อว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยุติการสืบสวนกรณีคดีที่ดินเขากระโดง จนทำให้เกิดความเข้าใจต่อสาธารณชนว่ากระบวนการในเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นและไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว วันนี้ (16 มี.ค.69) ดีเอสไอ ออกเอกสาร ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าว มีประชาชน 2 คน เข้ายืนเรื่องร้องเรียนกล่าวหา เจ้าหน้าที่ของรัฐ ต่อดีเอสไอ โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตาม มาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีที่ไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ของที่ดินเอกชนที่ทับซ้อนกับแนวเขตที่ดินตามตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดแนวเขตสร้างทางรถไฟหลวงต่อจากนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี ลงวันที่ 25 พ.ย.2464

ซึ่งมีคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วว่าเป็นที่ดินของรัฐ อันเป็นการดำเนินการที่มิชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งร้องขอให้ ดีเอสไอดำเนินการเกี่ยวกับการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง กองคดีทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับเรื่องไว้สืบสวน เป็นสำนวนสืบสวนที่ 97/2568 โดยมีการรวบรวมคำพิพากษา คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฤษฎีกา ข้อมูลจากสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ข้อมูลจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งลงพื้นที่เพื่อสืบสวนข้อเท็จริง และประสานข้อมูลไปยังกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.ตร.) พบว่าเรื่องนี้มีการฟ้องคดีในศาล ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง รวมกันกว่า 18 คดี

ในส่วนคดีแพ่ง ได้มีคำพิพากษาฎีกา และคดีถึงที่สุดหลายคดี ซึ่งนำไปสู่การฟ้องศาลปกครอง และได้มีคำพิพากษาศาลปกครอง ให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกภหมายที่ดิน เพื่อพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ โดยกรมที่ดินได้มีการตั้งคณะกรรมการดังกล่าวและมีมติไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งมีปรากฏอยู่ในบริเวณดังกล่าว 995 แปลง จนนำไปสู่การฟ้องคดีที่ศาลปกครองเป็นอีกคดีหนึ่ง

สำหรับประเด็นของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้มีการกล่าวหาคณะกรรมการตามมาตรา 61 ทั้งต่อดีเอสไอ และ ปปป.ตร. โดยสำนวนในส่วน ปปป.ตร. ได้ส่งไปยังคณะกรรมการ ปปช. เพื่อไต่สวนตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต  สอดคล้องกับข้อมูลที่ ปปช. ได้ให้ข้อมูลสื่อสื่อสาธารณะ ดังนั้น ดีเอสไอจึงต้องส่งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะกรรมการ ปปช. เพื่อรวมเรื่อง

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นการบุกรุกที่ดินของรัฐนั้น ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการ ป้องกันปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 30 กำหนดให้เรื่องที่เกี่ยวข้องกัน เป็นอำนาจวินิจฉัย รวมทั้งหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ปปช. ด้วย ซึ่งหากคณะกรรมการ ปปช. มีมติเป็นประการใด หรือประสงค์ให้ดีเอสไอช่วยดำเนินการพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติ

อีกทั้ง เรื่องนี้ยังมีคดีที่อยู่ในชั้นศาลหลายคดี ดีเอสไอจึงส่งส่งผลการสืบสวนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประโยชน์ในการต่อสู้คดีและรักษาผลประโยชน์ของรัฐตามหน้าที่และอำนาจของแต่ละหน่วยงาน ดังนั้น จากข้อเท็จจริงตังกล่าว จึงไม่ใช่เป็นกรณีที่มีการยุติการดำเนินการในเรื่องเขากระโดงทั้งหมด แต่เป็นการดำเนินการภายใต้บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง