ป.ป.ท. หารือ ป.ป.ส. เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงเอี่ยวค้ายาเสพติด

ป.ป.ท. หารือ ป.ป.ส. เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงเอี่ยวค้ายาเสพติด

View icon 30
วันที่ 18 มี.ค. 2569 | 13.57 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ป.ป.ท. ยกทีมเข้าหารือ ป.ป.ส. เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงเอี่ยวค้ายาเสพติด ลูกน้องทำผิดหัวหน้าต้องร่วมรับผิดโดนโยกย้ายไปด้วย เร็ว ๆ นี้มีแผนเข้าจัดการ

วันนี้ (18 มี.ค.69) นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้าหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เพื่อยกระดับความร่วมมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

นายภูมิวิศาล เปิดเผยภายหลังการหารือ ว่า รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะการเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเสพ การร่วมขบวนการ หรือการค้ายาเสพติด ซึ่งได้มีการจำแนกข้อมูลในระดับหนึ่งแล้ว ที่ผ่านมาการดำเนินคดีมักมุ่งไปที่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ขณะที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงจะปฏิเสธความรับผิดชอบ

“จากนี้ไปจะมีการยกระดับการตรวจสอบ ผู้บังคับบัญชาจะไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ต้องชี้แจงให้ได้ว่าไม่มีการละเลยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หากพบข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดผู้บังคับบัญชาระดับสูง ต้องรับผิดชอบร่วมด้วยไปจนถึงการถูกโยกย้าย”

ทั้งนี้ การหารือจะเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งก่อนหน้านี้มีการทำงานร่วมกันในระดับปฏิบัติอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เป็นการหารืออย่างเป็นทางการ เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันอย่างชัดเจน และบังคับใช้กฎหมายได้เลยตั้งแต่วันนี้

นายภูมิวิศาล เผยอีกว่า ที่ผ่านมาไม่ได้มีอุปสรรคด้านกฎหมายในการทำงานร่วมกัน แต่ขาดการบังคับใช้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชา ซึ่งจากนี้จะมีการนำกฎหมายที่มีอยู่มาบังคับใช้อย่างเคร่งครัด มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้ระบบราชการ ไม่รวมถึงนักการเมือง โดยจะใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน กฎกระทรวง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดในทุกรูปแบบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการดำเนินคดีหรือจะมีปฏิบัติการครั้งใหญ่ในเร็ว ๆ นี้ หรือไม่ นายภูมิวิศาล ยอมรับว่า มีแผนดำเนินการอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ พร้อมระบุว่า การติดตามเส้นทางการเงินจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายของ ปปง. ควบคู่ไปกับการปราบปรามของ ป.ป.ส. อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหายาเสพติดในระยะยาว จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชน และป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดอีกต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง