กระทรวงพลังงาน ชวนติดโซลาร์รูฟท็อป ลดหย่อนภาษี สูงสุด 2 แสนบาท วอน ประชาชน-ภาคอุตสาหกรรม ประหยัดพลังงาน เร่งพัฒนาแหล่งพลังงานในประเทศ ลดผลกระทบ
วันนี้ (18 มี.ค.69) น.ส.พัชรี จงรักษ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เปิดเผยถึงมาตรการประหยัดพลังงานว่า กระทรวงพลังงานได้ดำเนินการลดผลกระทบต่อประชาชนในหลายรูปแบบ ที่ผ่านมาได้บริหารจัดการราคาผ่านกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อสนับสนุนราคาเชื้อเพลิงไม่ให้กระทบต่อประชาชนอย่างรุนแรง จึงมีความจำเป็นต้องพยุงราคาขายปลีกน้ำมันไม่ให้ปรับตัวสูงเกินไป แม้ในบางช่วงจะมีการปรับขึ้นราคา แต่จะพยายามไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานได้เร่งจัดหาพลังงานสำรองของประเทศจากแหล่งต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาแหล่งพลังงานภายในประเทศ เพื่อเพิ่มการพึ่งพาพลังงานในประเทศมากขึ้น และเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างราคาไฟฟ้า ซึ่งอาจได้รับผลกระทบในอนาคต โดยได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดผลกระทบให้น้อยที่สุด
ส่วนการขอความร่วมมือประหยัดพลังงาน ได้ดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานในช่วงสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลก “ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2” โดยขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ธุรกิจ และประชาชน ให้ลดการใช้พลังงานอย่างจริงจัง สำหรับภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้พลังงานสูง ได้ขอความร่วมมือให้ปรับกระบวนการผลิต เช่น กำหนดช่วงเวลาเปิด–ปิดเครื่องจักรที่ใช้พลังงานสูง ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในสถานประกอบการ และจัดทำแผนประหยัดพลังงานระยะ 1–3 เดือน
ขณะที่ภาครัฐ ให้หน่วยงานลดการใช้พลังงานลงอย่างน้อย 10 % โดยมาตรการสำคัญ ได้แก่ การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26–27 องศาเซลเซียส ลดการใช้น้ำมันที่ไม่จำเป็น ส่งเสริมการเดินทางร่วมกัน ปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน รวมถึงการทำงานแบบ Work from home และการประชุมออนไลน์เพื่อลดการเดินทาง
สำหรับภาคประชาชน มีมาตรการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป นำมาลดหย่อนภาษีได้ สูงสุด 200,000 บาท ใช้สิทธิตั้งแต่ 3 มี.ค. -31 ธ.ค.71
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการสนับสนุนภาคขนส่ง โดยช่วยผู้ประกอบการปรับปรุงอุปกรณ์และระบบบริหารจัดการขนส่ง เพื่อลดการใช้พลังงาน รวมทั้งได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อเพื่อการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้กับสถานประกอบการในอัตราที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อผู้กู้