ห้องข่าวภาคเที่ยง - ไปดูเรื่องวุ่น ๆ ของพระสงฆ์ผิดวินัย แถมยังผิดกฎหมายอีก หลวงพี่รูปหนึ่ง หลอกยืมเงินญาติโยม เบี้ยวสินค้า ค่าจัดงาน ค่าพิธีกร หาเงินเล่นพนันออนไลน์ จนหมดตัว
ช่วงเช้าวานนี้ ที่ สภ.เดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมกลุ่ม ญาติโยม เดินขึ้นโรงพัก ทั้งที่ไม่มีกิจนิมนต์ เพราะ จะมาแจ้งความเอาผิด พระองอาจ พระวัดใหม่มะขามเฒ่า หลังถูกหลอกยืมเงิน และเบี้ยวจ่ายเงินค่าจ้าง
เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เล่าว่า เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพระองอาจ ได้มาขอยืมเงินไป 7,000 บาท อ้างว่าจะไปจ่ายค่าวัสดุก่อสร้าง หลังจัดงานวัดแล้วขาดทุน เห็นนั่งรถมาหน้าซีดเซียว สงสารจึงให้ไป ถามว่าจะคืนเมื่อไหร่ พระองอาจบอกว่า น้องจะส่งมาให้จากต่างประเทศ เมื่อตามทวง ก็ไม่จ่ายอ้างสารพัดปัญหา ไม่สบายเป็นโควิด-19 จนคนขับรถที่มากับพระองอาจได้ โทร.บอกว่า เขาก็โดนยืมเงินไป 5,000 บาท เรื่องเลยต้องขุดให้ลึก
ด้าน ผู้เสียหาย ที่เป็นออแกไนซ์ บอกว่า พระองอาจ เบี้ยวค่าจัดสถานที่ 2 งาน เป็นเงิน 15,500 บาท ทำงานกันครั้งแรกไม่มีปัญหา พอครั้งที่ 2 ประชุมพระสงฆ์ ค่าจัดงาน 5,500 บาท พระองอาจ บอกให้ยกยอดมารับเงิน วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมให้จัดสถานที่รับพัดยศ พอเสร็จงานไม่ได้เงิน ติดต่อไม่ได้ อีกรายเป็นเจ้าของรถแห่ ถูกว่าจ้างไปเล่นในงานพัดยศ พอถึงเวลายกเลิกกะทันหัน ทำให้ทีมงานเกิดความเสียหาย
ทราบภายหลังว่า พระองอาจ ถูกถอดยศไปแล้ว มีพฤติการณ์หลอกลวง มีคดีติดตัวในหลายจังหวัด และยังทำตัวเป็นหมอดู ลูกศิษย์ก็โดนหลอก จึงอยากดำเนินคดี
ต่อมา ช่วงบ่าย ตำรวจ นักข่าว ผู้เสียหาย ช่วยกันออกตามหา จนได้เจอพระองอาจนั่งอยู่ริมถนนสามแยกบ้านนางบวช เพื่อรอขึ้นรถโดยสารเดินทางกลับบ้านจังหวัดระยอง จึงนิมนต์มาสอบสวนที่โรงพัก พระองอาจ เล่าว่า เคยติดคุกคดียาเสพติด พ้นโทษออกมาได้มาบวชเป็นพระ
พระองอาจ บอกว่า ตนเองไม่ใช่พระเถื่อน มีใบสุทธิชัดเจน แต่ยอมรับสารภาพไปขอยืมเงินตามวัด และญาติโยมจริง เงินทั้งหมดได้นำไปเล่นพนักจนหมดตัว ยินดีที่จะถูกสึก แต่ขอหาเงินมาใช้หนี้ผู้เสียหายทุกรายก่อน เมื่อถามว่าไม่ละอายต่อบาปหรือ พระองอาจกลับพูดหน้าตาเฉย จะละอายไปทำไม มีพระผู้ใหญ่ถูกจับสึกไปโดนคดีมากกว่าเราอีก
ล่าสุด สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุพรรณบุรี จะร่วมกับทางเจ้าคณะอำเภอเดิมบางนางบวช ลงพื้นที่ไปที่วัดใหม่มะขามเฒ่า อำเภอเดิมบางนางบวช ที่พระองอาจ จำวัดอยู่ชั่วคราว เพื่อจะไปตรวจสอบข้อเท็จจริงพฤติกรรมของพระองอาจ หากพบว่าพระองอาจ ประพฤษตนผิดวินัยของสงฆ์จริง จะต้องให้ลาสิขา โดยทันที ส่วนคดีความอาญาจะให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป