ห้องข่าวภาคเที่ยง - เมื่อคืนนี้ หน่วยกู้ภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปตรวจสอบเหตุทำร้ายกันมีคนบาดเจ็บ ระหว่างทำงานกันอยู่ก็มีชายคนหนึ่งถืออาวุธปืนมากร่าง มาไล่เจ้าหน้าที่กู้ภัย แล้วยังมีพระรูปหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อีกด้วย
เป็นเหตุการณ์ขณะที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจ ไปค้นหาคนเจ็บจากเหตุการณ์ทำร้ายกัน ภายในซอยกอไผ่ ถนนแยกคูขวาง-ปากนคร หมู่ 5 ตำบลท่าซัก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
ขณะที่ รถของกู้ภัยแล่นมาจอดหน้าปากซอย เหมือนกำลังจะรอเลี้ยว ก็ปรากฏว่ามีรถกระบะคันหนึ่ง ด้านหลังติดสติกเกอร์ ข้อความว่า "นางพระยา 01" ถอยหลังออกมาประกบด้านข้าง แล้วมีเสียงตะโกนคล้ายต่อว่ากัน ก่อนที่รถกระบะคันดังกล่าวจะขยับเดินหน้าไป แล้วน่าจะเกิดการเฉี่ยว การเบียด กันขึ้น
ระหว่างที่มีการพูดคุยเจรจาเรื่องค่าเสียหาย เรื่องเรียกประกันภัยกันอยู่ ก็ปรากฏว่ามีชายคนหนึ่ง ห้อยบัตรที่คอ ไม่รู้บัตรอะไร เดินเข้ามาส่องไฟฉาย ก่อนจะเอ่ยปากไล่ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเลื่อนรถ เคลียร์รถออกจากจุดดังกล่าว ไม่ใช่แค่คำพูด แต่ชายคนดังกล่าวถือปืนติดมือมาด้วย
ตามข่าวบอกว่า ชายคนดังกล่าวพูดว่า "มึงจะไปไหม ถ้าไม่ไปกูยิง" คนในเหตุการณ์บอกว่า ชายคนดังกล่าวถือปืนในลักษณะพร้อมยิง เพราะนิ้วมืออยู่ในโกร่งไกปืน ก็เลยทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบเคลื่อนย้ายรถออก เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย
แม้ว่าจะมีการเคลื่อนย้ายรถออกแล้ว แต่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยยังคงอยู่ในบริเวณดังกล่าว เพื่อรอเจรจาเรื่องค่าเสียหาย แต่ชายคนดังกล่าวก็ยังถือปืนเดินกร่างไปทั่วบริเวณจุดเกิดเหตุ
ระหว่างเจรจากับคู่กรณี ก็ปรากฏว่ามี "พระครูปลัด" รูปหนึ่ง เข้ามาร่วมพูดคุยเจรจาด้วย ข่าวระบุว่า พระครูปลัดรูปดังกล่าวเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่
หลังเกิดเหตุ ทีมกู้ภัยได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อเอาผิด นายหมู ซึ่งเป็นชายกร่างที่ถือปืนขู่ ในข้อหาข่มขู่โดยใช้อาวุธปืน
โดย นายหมู ซึ่งตามข่าวระบุว่าเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการนางพระยา
หลังจาก นายหมู ทราบว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปแจ้งความ ก็ยังบุกไปที่โรงพัก แสดงอาการกร่างไม่หยุด
เรื่องนี้บานปลายถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพราะเจ้าหน้าที่กู้ภัย บอกว่า ที่ชุด ชป. ดังกล่าวออกทำหน้าที่ตรวจตรา เป็นคำสั่งของนายอำเภอ
ผู้สื่อข่าว สอบถามกับ นายเมษัณฑ์ โสภากัณฑ์ นายอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อขอข้อมูลชุดปฏิบัติการดังกล่าว ก็ทราบว่าชายที่ถือปืนในคลิปไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เป็น อส.สำรอง
การออกไปทำหน้าที่จะต้องมีตำรวจ หรือ ปลัดอำเภอ เป็นหัวหน้าชุดเท่านั้น หากไม่มีการควบคุม ไม่สามารถทำงานได้ หากไปทำเท่ากับผิดกฎหมาย และกำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการต่อไป
มีรายงานเพิ่มเติมว่า มีพระรูปหนึ่งพยายามล็อบบี้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ให้ช่วยเคลียร์เรื่องนี้ ขณะที่ พนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว