กต. เร่งอพยพจากกรุงเตหะรานไปตุรกี กลับไทยเพิ่ม  10 คน รวมช่วยคนไทยทั้งหมดแล้ว 1,209 คน

กต. เร่งอพยพจากกรุงเตหะรานไปตุรกี กลับไทยเพิ่ม 10 คน รวมช่วยคนไทยทั้งหมดแล้ว 1,209 คน

View icon 21
วันที่ 20 มี.ค. 2569 | 14.15 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กต.ขอคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง เหตุสถานการณ์ตะวันออกกลางยังทวีความรุนแรง เร่งอพยพจากกรุงเตหะรานไปตุรกี กลับไทยเพิ่ม  10 คน รวมช่วยคนไทยทั้งหมดแล้ว 1,209 คน

วันนี้ ( 20 มี.ค.69) นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือคนไทย ว่า สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงความรุนแรง และขยายวงจากเป้าหมายทางทหารไปสู่การแลกเปลี่ยนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีรายงานว่ามีการโจมตีนิคมอุตสาหกรรม “ราส ลัฟฟาน” ในกาตาร์ซึ่งเป็นหนึ่ง ในฐานการผลิตน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีลำดับต้นของโลก ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างและอาจเพิ่มความเสื่อมต่อระบบพลังงานในภูมิภาค ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างมีนัยยะสำคัญ // ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศ จึงขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสาร และคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัดรวมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่ และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

ขณะที่ความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลาง นายปาณิดล ระบุว่า แรงงานไทย 1 ราย ที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดอิสราเอลนั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ติดต่อกับครอบครัวตั้งแต่เกิดเหตุ และอยู่ระหว่างประสานงานกับรัฐบาลอิสราเอลอย่างใกล้ชิดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยโดยเร็วต่อไป

ขณะเดียวกัน กรมการกงสุลโดยสำนักงานหนังสือเดินทางจังหวัดนครราชสีมา จะลงพื้นที่ไปเยี่ยมญาติของผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน จะติดตามเรื่องเงินชดเชย และสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องจากทางการอิสราเอลอย่างใกล้ชิดต่อไป

นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เยี่ยมแรงงานไทยในอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กำลังใจ รับฟังปัญหา และสะท้อนความต้องการต่าง ๆ โดยแรงงานส่วนใหญ่ยังมีกำลังใจที่ดี พร้อมขอให้ติดตามประกาศด้านความปลอดภัยจากสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด

สำหรับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา กำลังประสานการอพยพคนไทยอีก 4 คนจากเมืองบันดาอับบาส ประเทศอิหร่าน และนักศึกษาจากเมืองกุม 6 คน รวมทั้งสิ้น 10 คน เดินทางทางบกข้ามไปตุรกีเพื่อเดินทางต่อไป ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง

นายปาณิดล ระบุอีกว่า เมื่อวานนี้ (19 มี.ค) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือกับเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อย้ำคำขอของไทย เรื่องการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คน บนเรือมยุรีนารี โดยการให้กองทัพเรืออิหร่าน สนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมดังกล่าว ตลอดจนการอนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ซึ่งฝ่ายอิหร่านรับทราบและอยู่ระหว่างดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังย้ำท่าทีไทย ที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูตให้ยุติการโจมตีโดยเร็ว

กรณีนิคมอุตสาหกรรมในกาตาร์ที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธอิหร่านนั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ได้ติดต่ออย่างใกล้ชิดกับแรงงานไทย 35 คนในพื้นที่ ซึ่งทุกคนปลอดภัยมีความกำลังใจดี ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงใดๆ

ทั้งนี้ นายปาณิดล ระบุอีกว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางมาจากประเทศไทย หรือไปประเทศที่ 3 รวมทั้งสิ้น 1,209 คน รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพื้นที่อันตรายให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรก