วันนี้ (26 พ.ค. 69) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) และองค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูกันดากำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ป่วยต้องสงสัยมากกว่า 900 คน และผู้เสียชีวิตต้องสงสัยมากกว่า 200 คน
ในการประชุมระดับรัฐมนตรีผ่านระบบออนไลน์ นายฌอง คาเซยา ผู้อำนวยการใหญ่ของ Africa CDC กล่าวว่า นับตั้งแต่คองโกประกาศการระบาดของอีโบลาครั้งที่ 17 เมื่อวันที่ (15 พ.ค. 69) ที่ผ่านมา มีการพบผู้ป่วยต้องสงสัยรวม 906 คน และผู้เสียชีวิตที่น่าจะเกี่ยวข้องกับอีโบลารวม 204 คน
เขากล่าวว่า มีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันจากห้องปฏิบัติการแล้วจำนวน 106 คนในคองโกและยูกันดา ซึ่งทั้งหมดเชื่อมโยงกับผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากคองโก
โดยนายคาเซยากล่าวว่า ตัวเลขเปลี่ยนแปลงทุกวัน นี่เป็นจำนวนที่มากเกินไป เราไม่สามารถปล่อยให้ชาวแอฟริกันเสียชีวิตเพิ่มขึ้นได้ และขณะนี้เรายังอยู่ในช่วงสูงสุดของการแพร่ระบาด
ตามข้อมูลของผู้อำนวยการ Africa CDC นอกจากทั้งสองประเทศที่ได้รับผลกระทบแล้ว ยังมีอีก 11 ประเทศในทวีปแอฟริกาที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ เซาท์ซูดาน, รวันดา, เคนยา, แซมเบีย, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, แทนซาเนีย, เอธิโอเปีย, แองโกลา, สาธารณรัฐคองโก, บุรุนดี และโซมาเลีย
นายคาเซยายังกล่าวถึงอุปสรรคสำคัญในการรับมือกับการระบาด ได้แก่ การตรวจพบที่ล่าช้าถึง 4 สัปดาห์หลังมีการแพร่เชื้อก่อนการยืนยันอย่างเป็นทางการ, การขาดแคลนมาตรการทางการแพทย์, การเคลื่อนย้ายประชากรจำนวนมาก, ระบบสาธารณสุขที่อ่อนแอ, ปัญหาความไม่มั่นคงและการเข้าถึงพื้นที่อย่างจำกัด รวมทั้งข้อมูลเท็จและความไม่ไว้วางใจของประชาชน
ส่วนทางด้าน นพ.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เตือนถึงการแพร่ระบาดที่รวดเร็ว โดยอ้างถึงการตัดสินใจของ WHO เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่ยกระดับการประเมินความเสี่ยงในคองโกจาก "สูง" เป็น "สูงมาก" ในระดับประเทศ
นายเทดรอส ได้กล่าวในการประชุม การระบาดกำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จนถึงขณะนี้ มีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 101 รายในคองโก และมีผู้เสียชีวิตยืนยัน 10 ราย แต่เราทราบดีว่าการระบาดในคองโกมีขนาดใหญ่กว่านี้มาก
ไวรัสอีโบลาเป็นโรคติดต่อรุนแรง ซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ไข้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดทั่วร่างกายหรืออ่อนเพลีย และในกรณีรุนแรงอาจมีเลือดออกทั้งภายในและภายนอกร่างกาย โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า อัตราการเสียชีวิตจากอีโบลาแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ของไวรัส