เพจ Jessada Denduangboripant ของ รศ. ดร. เจษฎา อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความ ย้ำว่า ไม่จำเป็นจริงๆ อย่าเอาน้ำมันปาล์มไปเติมรถ โดยระบุว่า
ช่วงน้ำมันขาดแคลนแบบนี้ จนคนต้องต่อคิวรอเติมน้ำมันกันล้นถนนเป็นทางยาว แล้วต้องลุ้นอีกว่าจะมีน้ำมันเหลือถึงรถของเราหรือเปล่า ก็เกิดภาพไวรัลของคนที่เอา "น้ำมันปาล์ม" เป็นขวดๆ มาเติมรถยนต์แทนน้ำมันดีเซล แถมบอกว่าใช้วิ่งได้ด้วย ?
ซึ่งเรื่องแบบนี้ก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่อะไร เคยมีคนโพสต์โชว์จนเป็นข่าวมาแล้วในอดีตหลายปีก่อน ซึ่งก็ต้องขอเตือนซ้ำอีกเหมือนเดิมว่า ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็อย่าไปทำแบบนั้นเลยครับ (โดยเฉพาะคนที่เข้าใจผิด ว่ามันจะดีต่อเครื่องยนต์รถ)
เพราะนอกจากน้ำมันปาล์ม จะราคาแพงกว่าน้ำมันดีเซลแล้ว (คือขวดลิตรนึง ก็ 40 กว่าบาท จะ 50 บาท) มันยังไม่ได้ถูกผลิตมาให้เหมาะสมกับการทำงานของเครื่องยนต์รถครับ ถึงวันนี้ใส่ไปแล้ววิ่งได้ แต่ระยะยาวแล้ว จะส่งผลเสียต่อรถได้นะครับ ! โดยเฉพาะพวกรถดีเซลรุ่นใหม่ ๆ ใช้หัวฉีดคอมมอนเรล จะทำให้อุดตันได้ครับ
นอกจากนี้ รศ. ดร. เจษฎา ยังอ้างอิงข้อมูลจาก บ.โตโยต้า ระบุว่า
น้ำมันพืชสามารถใช้เติมรถยนต์ได้จริงๆ แต่จะติดเครื่องยากกว่าเติมน้ำมันดีเซล และถ้าใช้ไปนานๆ จะทำให้เครื่องยนต์อุตตัน หากต้องการใช้น้ำมันพืชกับเครื่องยนต์ดีเซล ขอแนะนำให้ใช้ไบโอดีเซลที่ผ่านกระบวนการแยกยางเหนียวในน้ำมันออกมาแล้วจะคุ้มค่ากว่า โดยเฉพาะเครื่องยนต์ทางการเกษตร
หลายคนเชื่อว่าการเติมน้ำมันพืชจะช่วยทำให้รถประหยัดน้ำมันขึ้น อันนี้ขึ้นกับสภาพการจราจรและวิธีการขับรถของแต่ละบุคคล ซึ่งอาจจะมีผลทำให้อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเชื้อเพลิงก็ได้ ในความเป็นจริงแล้วเครื่องยนต์ออกแบบมาให้ใช้กับน้ำมัน หากใช้น้ำมันพืชโดยไม่มีความรู้ อาจจะเกิดอันตรายได้ ทางที่ดีใช้รถแบบเติมน้ำมันจะดีที่สุด
คุณสมบัติของน้ำมันพืช…
ความจริงแล้วน้ำมันพืชที่เราใช้ประกอบอาหารนั้น ก็คือ น้ำมันไบโอดีเซล B100 ซึ่งมีความสะอาดทำให้สามารถนำมาทำอาหารได้ แต่ถ้าจะนำมาเติมแทนน้ำมัน เครื่องต้องเป็นเครื่องยนต์แบบดีเซลรอบต่ำเท่านั้น หากนำใช้กับเครื่องรถยนต์ควรผสมเพื่อเป็นหัวเชื้อจะดีกว่า เนื่องจากการจุดระเบิดในห้องเครื่องแรงกว่าน้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียมนั่นเอง
ทุกวันนี้น้ำมันดีเซลที่จำหน่ายตามปั๊ม ส่วนใหญ่จะมีการผสมไบโอดีเซลอยู่แล้วประมาณ 5 % จึงเชื่อได้ว่าสามารถเติมน้ำมันพืชผสมกับน้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียมทำได้จริง “เพราะเครื่องยนต์ดีเซลทุกรุ่นสามารถเติมน้ำมัน B100 โดยไม่ต้องดัดแปลงอะไร”
สำหรับใครที่อยากลองทดสอบดูแนะนำให้ใช้น้ำมันพืชแบบที่ไม่มีไข เพราะไขอาจไปอุดตันระบบจ่ายน้ำมัน–หัวฉีดได้
ข้อควรจำก็คือ : กระบะรุ่นใหม่ จะมีเครื่องยนต์หัวฉีดแบบละเอียด และระบบการตรวจจับสิ่งแปลกปลอมในน้ำมันอาจก่อ วิธีการเติมน้ำมันพืชผสมลงกับน้ำมันดีเซลจึงทำได้กับรถกระบะดีรุ่นเก่าเท่านั้น ไม่แนะนำให้ทำกับรถรุ่นใหม่เท่าไหร่
ขณะที่ กรมธุรกิจพลังงาน ชี้แจงว่า การนำน้ำมันพืชหรือน้ำมันปาล์มมาใช้แทนน้ำมันดีเซลในรถยนต์ ไม่เหมาะสมและไม่แนะนำ เนื่องจากคุณสมบัติของน้ำมันพืชแตกต่างจากน้ำมันดีเซลอย่างมาก ได้แก่
– น้ำมันพืชมีโครงสร้างโมเลกุลขนาดใหญ่
– มีความหนืดสูง
– ระเหยตัวช้า
– แข็งตัวเป็นไขในอุณหภูมิต่ำ
– ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนได้ง่าย เกิดคราบยางเหนียวสะสมในเครื่องยนต์
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น คือ ทำให้เกิดการอุดตันในระบบเชื้อเพลิง คราบสะสมที่ลูกสูบ แหวน และวาล์ว ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ และอายุการใช้งานสั้นลง นั่นเอง
ขอบคุณข้อมูล เพจ Jessada Denduangboripant และ กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน