เกิดแต่กับหาดใหญ่ ! เพลิงไหม้บ่อขยะควนลัง ลุกลามเข้าสวนยางพารา เกือบลามเข้าชุมชน เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงจากหลายหน่วยงาน เร่งระงับเหตุ แต่ยังเอาไม่อยู่ ต้องเร่งทำแนวกันไฟ
วันนี้ (23 มี.ค.69) ที่บ่อขยะของเทศบาลเมืองควนลัง หมู่ที่ 1 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพลิงลุกไหม้กองขยะจนเห็นกลุ่มควันขนาดใหญ่ลอยพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า มองเห็นจากระยะไกล จากใจกลางเมืองหาดใหญ่ ห่างไปเกือบ 10 กิโลเมตร ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบว่า เพลิงได้ลุกไหม้บ่อขยะทั้ง 2 ฝั่ง โดยพื้นที่ตรงกลางยังเป็นสวนยางพาราของชาวบ้าน และเพลิงก็กำลังลุกลามไหม้ต้นยางพารา ซึ่งคนดูแลสวนยางพารา และเป็นคนหาของเก่า กำลังเร่งใช้กิ่งไม้ตีไม่ให้ไฟลุกลาม
นาย ธวัชชัย ทองเพิ่ม คนดูแลสวนยางพารากลางบ่อขยะ เผยว่า ช่วงประมาณ 11.30 น. ขี่รถจักรยานยนต์มายังสวนยางพารา เห็นไฟลุกขึ้นที่กองขยะ คาดว่าจะเกิดจากอากาศร้อนจัด และจุดนั้นก็ไม่มีใครอยู่ เริ่มลุกลามมากขึ้น จึงขี่รถจักรยานยนต์ไปแจ้งเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองควนลัง ให้นำรถน้ำมาดับเพลิง เมื่อย้อนกลับมาอีกครั้ง ซึ่งระยะเวลาห่างประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ปรากฏว่า เพลิงได้ลุกลามไหม้บ่อขยะอีกฝั่งแล้ว เนื่องจากกระแสลมพัดแรง ยืนยันว่าเหตุที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ฝีมือการจุดของคน
ขณะที่ น.ส.นิชาภา แดงจันทร์ คนหาของเก่า เล่าว่า บ่อขยะแห่งนี้ มีโอกาสที่ไฟจะลุกไหมได้เอง เพราะอากาศร้อน อีกทั้งขยะมีทั้งถุงพลาสติก ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เช่น พาวเวอร์แบงก์ แบตเตอร์รี่ กดทับกันมานานหลายปี ก่อนหน้านี้เคยเห็นไฟลุกเองแล้ว สำหรับบ่อแห่งนี้ บ่อฝั่งซ้าย ปิดตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากทิ้งขยะน้ำท่วม แต่บ่อฝั่งขวา ยังเปิดให้ทิ้งขยะ โดยมีทั้งรถขยะของเทศบาลฯ และรถของชาวบ้าน ก็นำขยะมาทิ้ง
ระหว่างเจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงเข้าดับเพลิง ปรากฎว่า เพลิงได้ลุกลามเข้าไปสวนยางพารา จนเข้าไหม้กอไผ่จำนวนมาก ซึ่งอยู่ห่างจากบ่อขยะเกือบ 1 กิโลเมตร จนมีเสียงดัง ทำให้ชาวบ้าน และร้านขายของเก่า รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้นำรถน้ำมาฉีดสกัดเพลิง แต่โชคดีที่บริเวณดังกล่าว มีถนนลูกรัง จึงเป็นแนวกันไฟไว้ได้ แต่เจ้าหน้าที่และชาวบ้านยังไม่วางใจ เพราะลมอาจพัดใบไหม้หรือใบไผ่แห้ง ไปตกอีกฝั่งจนไฟลุกลามได้ เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองควนลัง จึงนำรถแทร็กเตอร์ มาไถทำแนวกันไฟเพิ่มเติม
ด้านนายเอกชัย แก้วรัตนะ นายอำเภอหาดใหญ่ ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้น สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งดับเพลิง เบื้องต้นได้รายงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และสั่งการให้ระดมรถดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ รวมทั้งรถดับเพลิงของมณฑลทหารบกที่ 42 และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา เพื่อเร่งฉีดน้ำ และต้องทำงานแข่งกับเวลา เนื่องจากกระแสลมแรง ซึ่งพยายามควบคุมให้เร็วที่สุด ส่วนจุดที่ 2 ก็มีถนนเป็นแนวกันไฟอยู่แล้ว แต่ต้องเร่งดำเนินการทำแนวกันไฟเพิ่มเติม หลังจากควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ก็ต้องตรวจสอบว่า ต้นเหตุเกิดจากฝีมือของคนหรือเกิดจากการลุกไหม้เองตามธรรมชาติ เนื่องจากอาการร้อนจัด